อนจากฟ้าย้อมให้กลายเป็นสีฟ้า ในแววตาของเขาปรากฏให้เห็นอารมณ์และความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นเฉกเช่นในค่ำคืนนั้น
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดง คล้ายกับแสงอาทิตย์ทำให้ผืนหาดทรายเย็นสบายผืนนี้ร้อนระอุ ค่อยๆ สูญสิ้นซึ่งอุณหภูมิปกติของมัน ทิ้งไว้เห็นเพียงร่องรอยสีสันสีแดงสด ส่งผลให้เมฆที่อยู่โดยรอบกลายเป็นสีแดงไปด้วย
หลินชิงเวยนอนอยู่บนหาดทราย เท้าเปลือยเปล่าทั้งคู่ของนางแช่อยู่ในน้ำ ตีน้ำเป็นฟอง ทางหนึ่งมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับหายไปทางทิศตะวันตก กระทั่งลับเหลี่ยมเขาไป เหมือนลูกไฟขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งที่สาดส่องให้ภูเขาลูกนั้นสว่างไสวเช่นกัน
แสงสายัณห์สุดท้ายสาดส่องให้ภูเขา ทุ่งหญ้าทั้งผืนกลายเป็นสีแดงเพลิง
ม้าทั้งสองตัวล้วนกินอิ่มดื่มนำแล้ว กำลังรออยู่อย่างสงบด้านข้าง
เซียวเยี่ยนลุกขึ้นก่อน เขาเดินไปหยุดข้างๆ ม้า สายลมยามรัตติกาลพัดชายอาภรณ์และเส้นผมของเขา พัดฝุ่นดินที่ติดอยู่ตามร่างกาย เขาลูบตัวม้าเหมือนกับกำลังทักทายกับมันแล้วหันไปพูดกับหลินชิงเวยว่า “ไปเถิด สมควรกลับไปแล้ว”
“นอนเล่นอีกสักครู่เถิด” หลินชิงเวยหรี่ตาลงเริ่มสัปหงก นางเอนกายอยู่ที่นี่สบายเหลือเกิน นางลืมเลือนเรื่องวุ่นวายทั้งหมด เห็นเพียงพืชน้ำในน้ำและพระอาทิตย์ตก ณ ขอบฟ้า
“หรือเจ้าคิดจะนอนค้างที่นี่สักคืน”
“แต่ข้าไม่อยากขยับนี่นา”
เซียวเยี่ยนเดินกลับมาด้วยคิดว่าขาทั้งคู่ของนางคงเดินไม่ไหว จึงโน้มกายลงอุ้มนางขึ้นมา เขาไม่ได้ให้หล