ลายมือปล่อยหลินชิงเวยลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย แต่ขณะที่นางหย่อนเท้าลงบนพื้น หลินชิงเวยกลับสูดปากด้วยขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนยืนไม่อยู่
เซียวเยี่ยนจึงประคองนางขึ้นมาอีก สีหน้านั้นแจ่มแจ้งยิ่งนักว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ด้วยก่อนหน้านี้ตื่นเต้นเกินไปจึงไม่รู้สึกอะไรนัก ยามนี้หลินชิงเวยเพิ่งจะรู้สึกว่าด้านในของขาทั้งคู่ปวดแสบปวดร้อนด้วยนั่งอยู่บนอานม้าเป็นเวลานานเกินไป ทั้งเสียดสีและกระทบกระแทก อวัยวะส่วนลับของหลินชิงเวยแทบจะบวมเป่ง ขาทั้งคู่ฝืนยืนหยัดอยู่ ทว่าไม่อาจหุบขาให้สนิทได้
นางเท้าเอวเดินอ้าขาไปทางทะเลสาบทีละก้าวๆ อย่างยากลำบาก จากนั้นฟุบลงไปที่นั่นเพื่อล้างหน้าล้างตา ฝังศีรษะลงไปในน้ำชั่วอึดใจหนึ่งจึงโผล่ศีรษะขึ้นมา ขมวดคิ้วพูดว่า “ข้าเจ็บเหลือเกิน…”
เซียวเยี่ยนนั่งอยู่ข้างกายนาง พูดเรียบๆ ว่า “รอให้เจ้าคุ้นเคยแล้วก็ดีเอง”
หลินชิงเวย “เนิ่นนานไปบนขาจะเป็นไตแข็งๆ ชั้นหนึ่งใช่หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนครุ่นคิด “หากเป็นสตรี อาจเป็นได้”
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นฟ้าทอดถอนใจด้วยความเจ็บปวด จากนั้นจึงเงยหน้าแล้วนอนลงบนหาดทราย นางเห็นท้องฟ้าอยู่สูงเหลือเกิน สีน้ำเงินเข้ม เมฆเคลื่อนตัวไปตามสายลม นางยื่นมือออกมาราวกับเห็นเมฆขาวราวกับหมอกควันวิ่งผ่านระหว่างปลายนิ้วของตน
หลินชิงเวย “เช่นนั้นต่อไปหากไม่จำเป็นข้าไม่ขี่ม้าจะดีกว่า เซียวเยี่ยน ต่อไปท่านต้องพาข้าไปด้วย”
เซียวเยี่ยนใจลอยมองทะเลสาบที่ถูกเงาสะท้