ยามเขย่งปลายเท้าเพื่อที่จะลูบใบหน้าของมันให้ได้ “เลือกเจ้าเพราะให้เกียรติเจ้า เจ้ายโสโอหังเช่นนี้ต่อไปจะเสียเปรียบรู้หรือไม่”
เซียวเยี่ยนออกมาจากคอกม้าตามหลังมา เห็นเพียงหลินชิงเวยกำลังพยายามปีนขึ้นไป นางลองปีนขึ้นไปสองครั้งไม่สำเร็จและขึ้นไปนั่งบนหลังม้าสำเร็จในครั้งที่สาม
ม้าตัวนี้ดูเหมือนไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านอย่างที่ควรจะเป็น
โดยทั่วไปแล้วหากมือใหม่ต้องการจะขี่ม้าตัวหนึ่งย่อมต้องผ่านการฝึกฝนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียก่อน แต่ดูท่าแล้วหลินชิงเวยและมันต่างเข้ากันได้ดีพอสมควร เซียวเยี่ยนจึงไม่ได้กังวลจนเกินเหตุ
ความรู้สึกที่หลินชิงเวยขี่ม้าตัวแรกกับตัวนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นางดูเหมือนได้นั่งอยู่ในมุมที่สูงขึ้น มองเห็นได้ไกลขึ้น จึงควบคุมให้ม้าวิ่งออกไปบริเวณใกล้เคียงสองรอบด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
แต่เซียวเยี่ยนคาดการณ์ผิดพลาด กระทั่งหลินชิงเวยก็ยังไม่รู้ตัว
ม้าที่เลือกมานั้นเป็นม้าเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง มันมิใช่ต่อต้านไม่เป็น แต่เป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น
ขณะที่หลินชิงเวยกำลังปลอดโปร่งโล่งใจ นางเตรียมจะหันหัวม้าควบกลับมาหาเซียวเยี่ยน ในขณะนั้นเอง ม้าตัวนี้พลันไม่เชื่อฟังหลินชิงเวยขึ้นมา ไม่ว่าจะสั่งการอย่างไร มันกลับเงยหน้าขึ้นร้องคำรามสองครั้งอย่างหยิ่งผยอง ตะกุยตะกายเกือกม้า ถึงกับนิสัยแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าอารมณ์ขี้โมโห
หลินชิงเวยควบคุมมันไม่ได้ เกือบจะถูกมันสลัดลงจากหลังม้า