เขามุ่งหน้าเดินมาทางนี้ด้วยท่าทีไม่รีบร้อน มือทั้งสองข้างแนบข้างกาย อาภรณ์พอดีตัวสีม่วงนั้นทำให้เห็นเส้นสายรูปร่างของเขาชัดเจน สีหน้าท่าทางนั้นเย็นชา หลินชิงเวยมองดูแล้วพลันรู้สึกร้อนรุ่ม กระทั่งตัวนางเองก็ยังมิอาจต้านทานได้ ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยในเมืองหลวงเหล่านั้นเมื่อพบเห็นเซ่อเจิ้งอ๋องผู้ซึ่งรูปงามและกล้าหาญองอาจเช่นนี้แล้วจะเลือดกำเดาไหลหรือไม่
หลังจากเซียวเยี่ยนเดินเข้ามาใกล้รับรู้ได้ถึงกลิ่นของธุลีดินสองส่วน นางกำนัลก้าวเข้ามาส่งผ้าขนหนูเปียกให้ เขาค่อยๆ เช็ดหน้าและเช็ดมือทั้งคู่ของตนเอง
เซียวจิ่นกล่าวชื่นชม “เสด็จอาเก่งกาจจริงๆ แม้กระทั่งม้าป่าก็ยังฝึกจนมันยอมศิโรราบ”
เซียวเยี่ยน “ข้าเพียงแต่ใช้กำลังมากสักหน่อยเท่านั้น ใช้กำลังควบคุมกำลัง” เขามองไปยังม้าสีขาวที่ยังไม่ทันได้จูงกลับไปแล้วถามขึ้นว่า “ม้าตัวนี้เอามาทำอันใดกัน”
เซียวจิ่นมองหลินชิงเวย หลินชิงเวยมองเซียวจิ่น ยังไม่รอให้หลินชิงเวยปริปาก เซียวจิ่นก็พูดว่า “อ้อ ชิงเวยบอกว่านางอยากเรียนขี่ม้า เจิ้นจึงให้คนเลือกม้านิสัยอ่อนโยนที่สุดออกมาตัวหนึ่งให้นางฝึก”
หลินชิงเวย “…” นี่ ท่านจะผลักภาระความรับผิดชอบให้ผู้อื่นได้รวดเร็วเกินไปแล้วนะ
เซียวเยี่ยนมองม้าสีขาวตัวนั้นแล้วหันมามองหลินชิงเวยพลันคิดว่าการให้นางเรียนขี่ม้าก็เป็นเรื่องไม่เลวทีเดียว ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรเท่ากับเป็นการเห็นด้วยโดยปริยาย
เซียวจิ่นจึงรีบเอ่ยขึ้นอีกว่า