“เสด็จอา หากท่านมีเวลาช่วยสอนชิงเวยขี่ม้าได้หรือไม่?”
“ได้”
หลินชิงเวยตวัดสายตามองเซียวจิ่น ฝ่าบาทพระองค์ช่างไร้มโนธรรม
เซียวจิ่นยิ้มตอบ : เจิ้นมิใช่พูดแล้วหรือ เจ้าให้เจิ้นขี่ม้า เจิ้นก็จะให้เจ้าเรียนขี่ม้า ไม่ใช่ยุติธรรมอย่างยิ่งหรอกหรือ
หลินชิงเวยพลันรับรู้ได้ว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเซียวจิ่นได้วางหมากให้เดินตั้งแต่แรกแล้ว แต่เมื่อนางสังเกตสีหน้าอันอบอุ่นไร้พิษสงของเขาอีกครั้ง กลับคิดว่าตัวเองคิดมากเกินไป
เซียวจิ่นพูดว่าไม่บีบบังคับฝืนใจผู้อื่น แต่เขาย่อมไม่ใจกว้างถึงขนาดจับคู่ให้นางและเซียวเยี่ยนอยู่ด้วยกันกระมัง ดังนั้นย่อมต้องเป็นนางที่มองผิดไป
เซียวเยี่ยนนั่งพักครู่หนึ่ง เขาดื่มน้ำไปสองถ้วยแล้วหันมาพูดกับหลินชิงเวยว่า “ขึ้นมาเถิด”
“…” หลินชิงเวยตัวแข็ง “เสด็จอาไม่ต้องพักผ่อนอีกสักหน่อยหรือเพคะ”
“ไม่ต้อง”
หลินชิงเวยจนด้วยคำพูด แม้ที่แห่งนี้ รวมนางด้วยแล้วจะมีเจ้านายอยู่สามพระองค์ ทว่าไม่ดูเสียบ้างว่ามีนางกำนัลและขันทีมากมายคอยปรนนิบัติเซียวจิ่น มีสายตามากมายเช่นนี้จับจ้องนางขี่ม้า คาดว่าหากถูกสลัดลงมาก็เป็นเรื่องขายหน้าอย่างที่สุดกระมัง
เมื่อเปรียบเทียบกับท่าทีสงบนิ่งของเซียวเยี่ยนแล้ว ราวกับการที่เขาหาเวลามาสอนให้นางขี่ม้าด้วยตนเองได้ถือเป็นวาสนาอย่างที่สุดของนางเยี่ยงนั้น!
กระทั่งเซียวจิ่นที่อยู่ด้านข้างก็ยังให้กำลังใจ “ชิงเวย ไปเถิด ไม่ต้องกลัว หาได้ยากน