ไป หลินชิงเวยเห็นแสงไฟในห้องทรงพระอักษรยังคงสว่างยิ่ง จึงยืนอยู่หน้าประตูแล้วผลักบานประตูเข้าไป
กลิ่นเครื่องหอมที่ช่วยให้สติสัมปชัญญะแจ่มใสพวยพุ่งออกมาในทันที หลินชิงเวยขมวดคิ้วเห็นเซียวเยี่ยนนั่งอนุมัติฎีกาอยู่บนโต๊ะ
สีหน้าของเขาเหนื่อยล้า ทว่ากลับไม่เชื่องช้า
กระทั่งหลินชิงเวยก้าวเข้ามา เขาก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมองสักครั้ง
หลินชิงเวยจึงวางกล่องอาหารไว้ด้านหนึ่ง “ท่านเป็นเพียงเซ่อเจิ้งอ๋องคนหนึ่ง ทำงานหนักถึงเพียงนี้ หากฝ่าบาทนั่งอยู่ที่นี่ต้องนอนดึกทุกวันจะไม่อายุสั้นได้อย่างไร”
หลินชิงเวยได้ยินแล้วเช่นกันว่าระยะนี้เซียวเยี่ยนกำลังสะสางคดีฉ้อราษฎร์บังหลวงของขุนนางในราชสำนัก ไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลาหลายวันติดกันแล้ว
เซียวเยี่ยนฟังน้ำเสียงของนางแล้ว มีเพียงมือที่จับพู่กันจูซาเท่านั้นที่หยุดชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นยังคงเขียนต่อไป