จออกไป “รอให้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยพูดกันเถิดเพคะ”
ถึงเวลานั้นนางจะไม่จากไปได้อย่างไรเล่า นางกระจ่างแจ้งอย่างยิ่งว่าตนเองต้องการอะไร ไม่เพียงแต่นางที่จะจากไป กระทั่งเซียวเยี่ยนจะอยู่ข้างกายเขาตลอดชีวิตได้หรือ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตัวเซียวจิ่นเองก็ไม่มีวันสงบใจได้กระมัง
ดังนั้นการอยู่ร่วมกันเพียงระยะเวลาหนึ่งเช่นนี้ ย่อมต้องแยกย้ายกันไปในวันใดวันหนึ่ง
หลังจากหลินชิงเวยเดินออกไป ภายในตำหนักบรรทมมีเพียงความว่างเปล่า เซียวจิ่นมองเงาร่างด้านหลังนางหายลับไปนอกประตูกับตาของตนเอง รอยยิ้มของเขาเลือนหายไปจากใบหน้า ขนตาของเขาหลุบต่ำลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แสงสว่างที่ส่องมาจากโคมไฟผ้าโปร่งในตำหนักบรรทมดูเหมือนจะมืดมนลง
หลินชิงเวยไม่ใช่คนที่ยึดติดหมกมุ่น นางออกจากตำหนักซวี่หยาง สายลมยามราตรีพัดโชยมา อารมณ์หงุดหงิดยุ่งยากในใจพลันอันตรธานไปสิ้น นางเดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักชิงหลวนท่ามกลางความมืดของรัตติกาล
เมื่อไปถึงตำหนักชิงหลวน ทันทีที่ถามขันทีที่นั่นจึงรู้ว่าเซียวเยี่ยนไปห้องทรงพระอักษรตั้งแต่ช่วงบ่าย ถึงเวลานี้ยังไม่กลับออกมา และไม่ได้ให้ตั้งพระกระยาหารมื้อค่ำ เหล่านางกำนัลไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แต่รออยู่ด้านนอก
หลินชิงเวยเข้าไปในเรือนพูดกับเหล่านางกำนัลว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องพระกระยาหารมื้อค่ำของเซ่อเจิ้งอ๋อง ฝ่าบาทให้เปิ่นกงส่งมาให้เขาแล้ว พอแล้วออกไปพักผ่อนเถิด”
เหล่านางกำนัลรับคำแล้วถอยออก