แม้การกระทำดูแล้วอบอุ่นคลุมเครือ แต่ชัดเจนยิ่งนักว่าคนทั้งสองไม่ได้มีความคิดฝักใฝ่ไปทางด้านนั้นเลย ด้วยแขนของหลินชิงเวยมีเลือดสดๆ ไหลออกมาดังติ๋งๆ ผู้ใดเลยจะมีกะจิตกะใจคิดไปถึงเรื่องอย่างอื่น
ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้สึก ยามนี้หน้าผากของหลินชิงเวยผุดเหงื่อเย็นขึ้นชั้นหนึ่ง สีหน้าค่อนข้างซีดขาว หลินชิงเวยพูดกับเซียวเยี่ยนว่า “ผ้าโปร่งชั้นแรก ยังมียาจินชวงห้ามเลือด นำผ้าโปร่งออกมาชุบน้ำในลำธารมาล้างบาดแผลให้ข้าก่อน”
เซียวเยี่ยนทำตามที่นางบอก โดยที่หลินชิงเวยไม่ต้องชี้แนะ เขาก็ทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
หลังจากใส่ยา เขาพันแผลให้หลินชิงเวย เขาใช้น้ำยาเช็ดบาดแผลถลอกบริเวณแผ่นหลังและหัวไหล่เบาๆ รอบหนึ่ง หลินชิงเวยเองมองไม่เห็นนางเพียงแต่รับรู้ว่าเซียวเยี่ยนเบาไม้เบามืออย่างยิ่ง เมื่อน้ำยาสัมผัสกับผิวหนัง ส่งผลให้รู้สึกเย็นสบาย นางถามขึ้นว่า “ต่อไปจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้หรือไม่?”
เซียวเยี่ยน “ไม่รู้ แต่เจ้ารังเกียจหรือ”
หลินชิงเวยย้อนถาม “ท่านรังเกียจหรือไม่?”
มือของเซียวเยี่ยนหยุดชะงักเล็กน้อย ทว่าไม่เอ่ยอันใดอีก
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งดีว่าเรื่องบางเรื่องไม่อาจรีบร้อนเกินไป และไม่อาจฝืนใจ นางคิดว่านางรอได้ ข้าวต้องกินทีละคำๆ
นางหันไปมองหน้าเซียวเยี่ยน ใบหน้าคมสันนั้นไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ หลินชิงเวยไม่ควรหวนรำลึกถึงจุมพิตในป่าเมื่อสักครู่นี้ แต่นางมิอาจหักห้ามความคิดของตนได้ เวลานั้นเขามีสีหน้าอย่างไรกั