เซ่อเจิ้งอ๋อง…เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องอีกแล้ว!” ฝ่ามือของไทเฮาตบลงบนโต๊ะเต็มแรง อุ้งมือของนางแดงก่ำในชั่วขณะ ทว่าความโกรธเกรี้ยวของนางมีมากกว่าความเจ็บปวดของร่างกาย “เหตุใดนางจึงรอดไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ล้วนเป็นเพราะมีเขาคอยช่วยเหลือ!”
ยามนี้ขันทีอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างเร่งรีบ เขารายงานพร้อมกับค้อมกายคำนับ “ทูลไทเฮาเหนียงเหนียง เซ่อเจิ้งอ๋องส่งกล่องมาใบหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ ตรัสว่าเป็นของขวัญที่มอบให้กับไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮาตะลึงงัน สีหน้าพลันผ่อนคลาย ชัดเจนยิ่งนักว่าของขวัญที่เซ่อเจิ้งอ๋องส่งมาทำให้นางรู้สึกรอคอยอยู่บ้าง แต่อย่าได้คิดว่าส่งสิ่งของมาเล็กน้อยแล้วจะทำให้นางระงับโทสะได้
เพียงครู่เดียวขันทีสองคนก็ยกกล่องค่อนข้างใหญ่ใบหนึ่งเข้ามา หัวหน้าขันทีของไทเฮาติดตามอยู่ด้านข้าง หัวหน้าขันทีก้มหน้าด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
หลังจากกล่องใบนั้นถูกวางลงบนพื้น ขันทีจึงถอยออกไป ไทเฮารับสั่งให้หัวหน้าขันทีเปิดฝากล่องออก หัวหน้าขันทีตอบรับคำสั่งแล้วเดินไปหยุดเบื้องหน้ากล่องใบนั้น เปิดกุญแจที่ไม่ได้คล้องเขาไว้พร้อมกับเปิดฝากล่องออก
กลิ่นคาวเลือดอันน่าสะอิดสะเอียนให้คนอาเจียนพวยพุ่งออกมาชั่วพริบตา ไทเฮาแทบจะถูกกลิ่นนั้นทำให้อาเจียนแห้งๆ ออกมา
หมัวหมัวเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนัก “เหนียงเหนียง!”
ไทเฮากดข่มดวงตาแดงก่ำมองลงไปในกล่องใบนั้น สีหน้าเผือดขาว เห็นหนังเสือดาวแผ่นหนึ่งม้วนอยู่ในกล่อง หนังเส