ห้นกพิราบสองตัวนั้นกินอาหารนกในฝ่ามือเพื่อให้พวกมันลืมเลือนความเจ็บปวดชั่วขณะ
เมื่อเซียวเยี่ยนส่งหลินชิงเวยกลับไปถึงตำหนักฉางเหยี่ยนเป็นเวลาดึกมาแล้ว ซ้ำนางยังได้รับบาดเจ็บ ต่อจากนั้นอีกหลายวันนางจึงได้แต่พักฟื้นอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยน ทว่าสามวันให้หลังมีนกพิราบส่งเสียงร้องดังกรู๊ๆๆ เรียกหลินชิงเวยให้ตื่นแต่เช้าตรู่ นางเดินมาเปิดหน้าต่างออกดู พบว่ามีนกพิราบสีขาวประดุจหิมะตัวหนึ่งเกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง
นกพิราบใช้ปากของมันจิกลงบนขอบหน้าต่าง หลินชิงเวยตะลึงงันอยู่อึดใจหนึ่งจึงยื่นมือไปลูบมันแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “ยินดีกับเจ้าด้วยที่ได้ชีวิตใหม่”
ขณะเดียวกันขอบหน้าต่างในห้องทรงพระอักษรก็มีเสียงจิกดังกุกๆ เซียวเยี่ยนเดินไปดู เขาเห็นนกพิราบที่หลินชิงเวยฝังหนอนกู่ลงไปเมื่อหลายวันก่อน บนขาของมันยังมีบาดแผลให้เห็นจางๆ เซียวเยี่ยนยื่นมือไปลูบมันด้วยสายตาอันอ่อนโยน
หลังจากประสบกับเรื่องในสวนไป่โซ่ววันนั้น หลินชิงเวยมีชีวิตรอดกลับไป ส่งผลให้ไทเฮาของตำหนักคุนเหอตกตะลึงอย่างที่สุด นางถามว่า “คนต่ำช้าผู้นั้นกลับไปได้อย่างไร? เปิ่นกงไม่เชื่อว่าสัตว์ใหญ่ดุร้ายนั่นไม่ได้กินนาง!”
หมัวมัวตอบรับด้วยน้ำเสียงสุขุม “บ่าวที่ส่งตัวไปสวนไป่โซ่วในวันนั้นมิได้กลับมาเพคะ แต่ได้ยินว่า…เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องที่ส่งนางกลับไป ตรองดูแล้วน่าจะเป็นเพราะเซ่อเจิ้งอ๋องปรากฏตัวได้อย่างทันเวลาจึงช่วยชีวิตของคนต่ำช้าผู้นั้นเอาไว้เพคะ”
“