ดูเหมือนแขนของเขาพลิกอย่างง่ายดาย ทว่าท่วงท่าที่ดูเหมือนง่ายดายนั้นไม่รู้ว่ามีพละกำลังอยู่ในนั้นมากมายเท่าใด ถึงกับเพียงพอที่จะต่อสู้กับเสือตัวหนึ่งได้ เสือตัวนั้นถูกจับหางเอาไว้ มันไม่อาจโจมตีหลินชิงเวยได้อีก จึงหันกลับไปโจมตีเซียวเยี่ยนด้วยความโกรธแค้น เซียวเยี่ยนอาศัยจังหวะที่มันหันกลับมา รวบรวมพลังลมปราณในฝ่ามือเพิ่มขึ้นแล้วซัดใส่เสือตัวนั้นจนล้มลงไปฟาดกับต้นไม้ใหญ่ด้านข้างต้นหนึ่ง ลำต้นของต้นไม้สั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับจะโค่นหักลงมาก็ไม่ปาน
ครั้งนี้เสือตัวนั้นถูกสลัดให้ร่วงลงมาอย่างน่าเวทนา มันอ้าปากตะกุยกรงเล็บของมันเนิ่นนานจึงค่อยๆ ลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เซียวเยี่ยนยืนอยู่เบื้องหน้าหลินชิงเวย ถามเสียงเบาว่า “ยังเคลื่อนไหวได้หรือไม่?”
หลินชิงเวยหัวเราะออกมาพรืดหนึ่ง “ท่านช่างมาได้ถูกเวลาจริงๆ”
เซียวเยี่ยนกลับพูดว่า “ขอโทษ ข้ามาช้าไป”
ยามนั้นกระบอกตาทั้งคู่ของหลินชิงเวยพลันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะพยายามอย่างไร ด้วยเรี่ยวแรงของนางจึงไม่อาจต่อกรกับเสือตัวหนึ่งได้ ไม่ต้องพูดถึงว่านางไม่หวาดกลัว นางกลัวแทบแย่แล้วแต่จะทำอย่างไรดีเล่า หากไม่ใช่เซียวเยี่ยนมาทันเวลา มีความเป็นไปอย่างยิ่งว่ายามนี้นางอาจจะกลายเป็นเนื้อชิ้นหนึ่งที่อยู่ในท้องของเสือแล้วก็ได้ เสือมีรูปร่างใหญ่โต ทั้งแข็งแรง กระทั่งฝูงงูพิษที่เข้ามากัดมันก็ยังทำให้มันต้องพิษไม่ได้ ยามนี้เซียวเยี่ยนปรากฏตั