ปเถิด อีกประเดี๋ยวให้เซียวเยี่ยนมาที่นี่เป็นพอ”
เสี่ยวฉี “อ้อ”
เขามองเงาร่างด้านหลังของหลินชิงเวยที่ลับหายไปในสวน จึงหันรถม้าย้อนกลับไป แม้จะมีฐานะเป็นองครักษ์คนสนิทของเซ่อเจิ้งอ๋อง เขาพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายของตนและหลินเจาอี๋ออกจะใกล้ชิดเกินไปสักหน่อย เขาไม่รู้เช่นกันว่าหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปจะเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ แต่นี่เป็นเรื่องของเจ้านายเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล่า เขาเพียงแต่ฟังคำสั่งของเจ้านายก็พอแล้ว อีกทั้งผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเจ้านายของตนเป็นคนรู้หนักเบาอย่างที่สุด
หลังจากหลินชิงเวยเข้าไปสวนไป่โซ่ว ระหว่างทางได้พบกับฝูงลิง บรรดาลิงคุ้นเคยกับนางอยู่บ้างเช่นกัน พวกมันเห็นล่วมยาที่นางสะพายอยู่บนไหล่จึงคิดว่าสิ่งของที่บรรจุอยู่ข้างในล้วนเป็นของกิน จึงพุ่งเข้ามาคิดจะแย่งชิงล่วมยา ปรากฏว่ายังไม่ทันได้ลงมือก็ถูกหลินชิงเวยตวาดใส่ครั้งหนึ่ง ฝูงลิงจึงตกใจแยกย้ายกันไป
นางไปถึงบ้านนก ฝูงพิราบกำลังบินกลับมาจากแดนไกล นางผิวปากครั้งหนึ่ง ฝูงพิราบเหล่านั้นจึงร่อนลงมาข้างกายหลินชิงเวยอย่างประจบประแจง หลินชิงเวยลูบหัวเล็กๆ ของพวกมัน พวกมันดูเหมือนชมชอบยิ่งนัก จึงไม่หยุดที่จะซุกหัวเล็กๆ ของพวกมันเข้าไปในอุ้งมือของหลินชิงเวย
นกพิราบรู้จักประหลาดใจเช่นกัน พวกมันเข้าใกล้ล่วมยาของหลินชิงเวยแล้วจิกลงไปบนล่วมยา ราวกับต้องการเปิดออกดูเพื่อให้รู้ว่าสิ่งของที่อยู่ข้างในคืออะไร
หลินชิงเวยมองพวก