างแล้วเสียอีก
กระทั่งเมื่อเขามาถึงประตูบานสุดท้าย ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงร้องคำรามที่ดังมาจากข้างใน เป็นเสียงร้องคำรามสะท้านต่ำ ราวกับบรรยากาศรอบกายก็สั่นสะเทือนไปด้วย ขันทีตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นเทิ้ม กุญแจทั้งพวงจึงร่วงลงสู่พื้น
ได้ยินเสี่ยวฉีพูดว่าข้างในนี้ล้วนเป็นสัตว์ดุร้ายและสัตว์ใหญ่ สัตว์ดุร้ายย่อมต้องกินคน หลังจากที่ผู้ฝึกสัตว์ทั้งหลายเริ่มกลายเป็นอาหารกลางวันของสัตว์ดุร้ายเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่มีคนกล้าเข้ามาให้อาหารที่นี่อีก เดิมทีคิดจะให้สัตว์ดุร้ายเหล่านี้มีชีวิตและตายไปเองตามธรรมชาติ แต่ไหนเลยจะคิดว่าการดำเนินชีวิตของสัตว์ดุร้ายเหล่านี้จะเหนือมนุษย์ธรรมดา ไม่เพียงเท่านี้เมื่อพวกมันรู้สึกหิวโหยก็จะทำลายกรงขังและต่อสู้กันเอง ผู้แพ้ย่อมต้องเป็นอาหารในจานของผู้ชนะ กรงเหล็กที่ไม่ได้ซ่อมแซมมาเป็นระยะเวลาหลายปีนี้ ไหนเลยจะทานทนเรี่ยวแรงพวกมันได้ พวกมันเพียงวิ่งชนไม่กี่ครั้งก็ทลายประตูได้แล้ว
เคราะห์ดีที่กุญแจที่กักขังประตูตำหนักของพวกมันนั้นหนาและหนักพอ แต่ไม่รู้ได้ว่าข้างในยังเหลือสัตว์ดุร้ายอีกเป็นจำนวนเท่าใด
เมื่อขันทีผู้นั้นได้ยินเสียงเขาแทบจะชาไปทั้งหนังศีรษะ ชัดเจนเหลือเกินว่าข้างในยังมีสัตว์ดุร้ายที่มีชีวิตอยู่
ขันทีโน้มกายลงไปเก็บกุญแจบนพื้นและเปิดแม่กุญแจขึ้นสนิมเขรอะดอกสุดท้ายออกอย่างเบามือเบาไม้ จากนั้นหันหลังวิ่งออกจากที่นี่ด้วยความเร็วที่สุด ด้วยหวั่นใจลึก