งูเหล่านี้ล้วนเป็นจอมตะกละ มันเห็นบรรดานกพิราบที่อยู่บนต้นไม้ ช่างดีนัก พวกมันกำลังจะเลื้อยขึ้นต้นไม้ไปกินนกพิราบ เจ้านายของมันมักจะเรียกพวกมันออกมากินอาหารมื้อใหญ่
หลินชิงเวยเห็นว่าเรื่องคงไม่ดีแน่จึงรีบพูดว่า “ไม่ๆๆ เข้าใจผิดแล้ว! ต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ! กลับไปให้หมด!” นางยังไม่ได้กินนกพิราบเลย ไฉนจะให้พวกมันได้กินเล่า
งูเหล่านั้นฟังรู้เรื่องที่ไหนกัน พวกมันเริ่มเลื้อยขึ้นไปบนต้นไม้ หลินชิงเวยจึงรีบผิวปากอีกสองครั้ง ฝูงงูจึงแยกย้ายกันอย่างหักใจไม่ได้
เหล่านกพิราบถูกทำให้เสียขวัญเสียแล้ว พวกมันรวมตัวอยู่ด้วยกัน เมื่อมองไปเหมือนกับขนนกกองใหญ่ที่ถูกลมพัดเบาๆ
หลินชิงเวยนั่งลงใต้ต้นไม้ เริ่มเรียนรู้ที่จะผิวปากในแบบต่างๆ เรียกนกพิราบและเรียกงูย่อมแตกต่างกัน
กระทั่งหลินชิงเวยผิวปากจนลิ้นจะพันกันอยู่แล้ว จึงเริ่มผิวปากคล้ายเสียงนกได้ น้ำเสียงและเสียงสูงเสียงต่ำ แม้กระทั่งตัวนางก็ยังตกใจมีนกพิราบตัวหนึ่งบินมาเป็นตัวแรก มาหยุดอยู่ไม่ไกลจากนาง
นางตื่นตะลึงแล้วผิวปากอีกครั้งก็มีนกพิราบอีกสองตัวบินลงมา
นางกางฝ่ามือที่มีอาหารนก เริ่มใช้อาหารดึงดูดพวกมันมา
เซียวเยี่ยนมาเยือนสถานที่แห่งนี้เมื่อถึงพระอาทิตย์ตกดินในยามโพล้เพล้ เงาร่างในอาภรณ์สีม่วงเย็นนั้นเดินเข้ามาตามทางคดเคี้ยวอย่างไม่รีบร้อน กิ่งไม้ใบไม้อันสมบูรณ์สัมผัสกับชายอาภรณ์ของเขา เส้นผมของเขาดำขลับราวกับหมึก แววตาในยามค่ำคืนนั้นส่องปร