ต่อมาหลินชิงเวยนั่งแปะลงกับพื้นมองดูเซียวเยี่ยนฝึกและให้อาหารนกพิราบเหล่านั้น เขาออกคำสั่งอย่างเป็นระบบระเบียบ เหล่านกพิราบล้วนเคลื่อนไหวตามคำสั่งของเขา ประเดี๋ยวบินขึ้น ประเดี๋ยวหยุดไม่เคยรับคำสั่งผิดพลาด หลินชิงเวยจำได้ว่าเมื่อก่อนนางเคยดูคลิปเกี่ยวกับการฝึกเลี้ยงสัตว์ นกพิราบจะไวต่อทิศทางและสีสันอย่างที่สุด เมื่อผู้ฝึกสัตว์ให้อาหารพวกมันจะใช้สีสันมาออกคำสั่ง ทว่าเซียวเยี่ยนไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ เขาอาศัยเพียงสัญญาณมือและการผิวปากที่สูงต่ำต่างกันก็สามารถฝึกพวกมันได้แล้ว
หลินชิงเวยหรี่ตาเงยหน้ามองเงาร่างของเขา เงาของเขาที่สะท้อนบนสนามหญ้าดูสูงยิ่ง นางถามขึ้นว่า “ในเมื่อท่านเองสามารถฝึกพวกมันได้ดีเช่นนี้ ยังจะเรียกข้ามาฝึกเพื่ออันใดกัน”
เซียวเยี่ยนตอบทั้งที่ไม่ได้หันกลับมา “เปิ่นหวางไม่ได้มีเวลาทุกวัน” หยุดไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อว่า “อีกทั้งพวกมันจดจำเจ้านายของมัน”
หลินชิงเวยตกตะลึง มิน่าเล่าพวกมันจึงสนิทชิดเชื้อเซียวเยี่ยนเช่นนี้ ทว่าเซียวเยี่ยนยังคงต้องการให้นางมารับช่วงต่อโดยสั่งให้นางชดใช้หนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว…คือต้องการให้พวกมันจดจำนางในฐานะเจ้านายเช่นกันหรือ?
หลินชิงเวยหัวเราะอย่างไม่เห็นด้วย “ท่านบอกว่าพวกมันจดจำเจ้านาย เรียกข้ามาก็เป็นการเสียเวลาเปล่ากระมัง ความเชื่อใจเหล่านี้ข้ารู้ดี เมื่อพวกมันจดจำเจ้านายคนหนึ่งแล้วย่อมเปลี่ยนเจ้านายไม่ง่ายดาย”
“อืม เจ้าพูดถูกต้อ