ง” เซียวเยี่ยนพูดเนิบๆ “แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะจดจำเจ้านายเพียงคนเดียว พวกมันจดจำเจ้านายบุรุษคนหนึ่ง และยังจดจำเจ้านายสตรีคนหนึ่ง”
ยามนั้นไม่รู้ด้วยเหตุใด เงาร่างด้านของหลังเซียวเยี่ยน ท่าทางของเขา น้ำเสียงของเขา ล้วนทำให้หลินชิงเวยรู้สึกจิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง นางรู้สึกว่าความน้อยเนื้อต่ำใจในหนึ่งวันนี้ล้วนอันตรธานหายไปกับสายลมและเมฆหมอก จนทำให้รู้สึกไม่ยินยอมนัก
อึดใจต่อมาเซียวเยี่ยนถามเสียงเบาว่า “เจ้ายังไม่ได้กินข้าวหรือ”
หลินชิงเวย “เหตุใดท่านไม่ถามว่าข้าไม่ได้กินมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นเล่า”
เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบนาง เขาบีบริมฝีปากผิวปากเรียกนกพิราบกลับมา ให้พวกมันไปหยุดอยู่ในบ้านนก เซียวเยี่ยนเห็นขี้นก “วันนี้เจ้าไม่ได้ทำความสะอาดสิ่งนี้หรือ”
“…” หลินชิงเวยรู้สึกสติแตก “เหตุใดข้ายังต้องทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ด้วยเล่า”
“เจ้าเป็นเจ้านายของพวกมัน เจ้าไม่ทำความสะอาดแล้วผู้ใดจะทำเล่า?”
“ท่านก็เป็นเจ้านายของพวกมันเช่นกัน เหตุใดท่านจึงไม่ทำความสะอาด?” หลินชิงเวยพลันมีความกล้าหาญขึ้นมาในการโต้เถียงเรื่องการทำความสะอาดมูลนกเหล่านั้น
เซียวเยี่ยนเห็นนางนั่งโมโห ทว่าไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้น จึงไม่โต้แย้งกับนาง เขาทำความสะอาดมูลนกเงียบๆ ให้เซ่อเจิ้งอ๋องของราชวงศ์มาทำเรื่องประเภทนี้ หากให้ผู้อื่นเห็นเข้าจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่
ภายในสวนไป่โซ่วไม่ขาดแคลนแหล่งน้ำ ในอดีตสถานที่แห่งนี้