ทว่าซินหรูกลับจดจำเรื่องของเซียวจิ่นได้แม่นยำนัก “พี่สาว ท่านไม่ได้ไปดูฝ่าบาทหลายวันเช่นนี้ ไม่สู้ไปเยี่ยมเขาสักหน่อย ดูเหมือนเขาจะถามถึงพี่สาวกับข้าทุกวัน ตรองดูแล้วน่าจะคิดถึงท่านมากเจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยมองนางนิ่งๆ “อ่านตำราเจ้าจำไม่ได้ แต่เรื่องอื่นเจ้ากลับจำได้ขึ้นใจ”
ซินหรูแลบลิ้นหัวเราะฮิๆ “ใครใช้ฝ่าบาทพูดถึงแต่ท่านให้ข้าฟังตลอดล่ะเจ้าคะ”
ยามสายฝนตกหนักระลอกหนึ่งผ่านเข้ามา เมฆดำลอยตัวหนาแน่นอยู่กลางท้องฟ้า เสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับสวรรค์ยังทนไม่ไหวกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุเช่นนี้ ด้วยสภาพอากาศร้อนมาเป็นเวลายาวนาน ละอองน้ำที่รวมตัวกันอยู่ในชั้นบรรยากาศไม่อาจประคองตัวได้อีกต่อไป น้ำฝนทั้งหมดจึงพากันเทลงมา สายฝนไหลลงมาตามชายคาเรือน เสียงน้ำไหลดังซู่ซ่า สายลมพัดมาทำให้กระแสน้ำเฉียงไปด้วย บรรยากาศของความชุ่มชื้นครอบคลุมทั้งระเบียงทางเดิน ส่งผลให้กระโปรงของหลินชิงเวยเปียกชื้น
ยามนั้นซินหรูลิงโลดใจและชิงชังยิ่งนักด้วยมิอาจออกไปเล่นน้ำฝนได้
ความร้อนที่ครอบคลุมลงมาในหลายวันนี้ถูกสายฝนในครั้งนี้ชะล้างออกไปไม่น้อยเลยทีเดียว
สายฝนมาอย่างรวดเร็วและไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อฝนหยุดลง ดวงตะวันก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมเมฆที่เคลื่อนคล้อย แสงตะวันสาดส่องลงบนกลิ่นอายของน้ำ ทำให้เกิดเป็นสายรุ้งเจ็ดสีกลางท้องนภาที่ส่องสว่างไปทั่ว
เมื่อถึงยามเที่ยงวันหยดน้ำบนพื้นล้วนถูกแสงตะวันอาบไล้จนแห้งเหือด
หลินชิงเวยฟั