ในยามปกติด้านนอกห้องทรงพระอักษรล้วนมีขันทีและองครักษ์ยืนเฝ้าอยู่เสมอ อีกทั้งพวกเขาล้วนมิอาจอยู่ใกล้ห้องทรงพระอักษรมากจนเกินไปได้ หากมิได้รับอนุญาตจากเบื้องบนจะเข้าออกตามอำเภอใจมิได้เด็ดขาด โดยปกติแล้วเรือนในตำหนักหน้าจะเว้นว่างไว้เสมอเพื่อให้ขันทีและองครักษ์ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
เพียงแต่บัดนี้เซียวเยี่ยนมักจะมาสะสางราชกิจในห้องทรงพระอักษร ขันทีจึงย้ายเข้าไปยืนเฝ้าภายในตำหนัก เพื่อรอปรนนิบัติรับใช้หากเซ่อเจิ้งอ๋องมีพระบัญชา
วันนี้หลินชิงเวยมาที่นี่พร้อมทั้งแสดงป้ายหยกที่นำติดตัวมา องครักษ์จึงมิกล้าขวางทางนาง ปล่อยให้นางเดินเข้าไปในด้านใน แต่ทันทีที่เข้าไปในด้านในกลับเห็นภายในตำหนักค่อนข้างคึกคัก
นางกำลังมากกว่าในยามปกติ อีกทั้งไม่ได้มีเพียงนางกำนัลของตำหนักชิงหลวนเท่านั้น ยังมีนางกำนัลและขันทีของตำหนักคุนเหออีกด้วย
เมื่อเห็นหลินชิงเวยเข้ามา นางกำนัลทั้งหมดล้วนถวายคำนับ “ถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียงเพคะ”
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งในใจดีถามเรียบๆ ว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ข้างในหรือไม่”
นางกำนัลของตำหนักชิงหลวนตอบคำถามเหงื่อตก “เรียนเหนียงเหนียง เซ่อเจิ้งอ๋องประทับอยู่ด้านในเพคะ”
หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของพวกเขาไป เมื่อกำลังก้าวเข้าไปในห้องทรงพระอักษรกลับมีนางกำนัลเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “แต่เหนียงเหนียง…”
ฝีเท้าของหลินชิงเวยไม่หยุดชะงัก นางเดินขึ้นบันไดที่ทอดสู่ประตูหน้าของห้องทรงพระอักษรพร้อมกั