“อ้อ” ซินหรูวางถาดผลไม้บนหัวเข่าลงและพูดว่า “ฝ่าบาท เช่นนั้นซินหรูกลับไปก่อนนะเพคะ”
ต่อมาจึงเป็นหลินชิงเวยที่นั่งลงริมเตียงของเซียวจิ่นเพื่อป้อนเขากินองุ่น เพียงแต่นางมิได้พิถีพิถันเช่นซินหรู นางเพียงแต่ปอกเปลือกองุ่นออกแล้วส่งไปถึงปากของเซียวจิ่น ให้เซียวจิ่นกินแล้วคายเมล็ดองุ่นลงในมือของนางแล้วเก็บกลับมา แต่เซียวจิ่นกินอย่างเบิกบานใจกว่าที่ซินหรูป้อนเขามากนัก
เขาอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา ดวงตาทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นประดุจวสันตฤดูจับจ้องหลินชิงเวย ดวงตาของเขาแคบเล็กน้อย แม้มิได้เย็นชาเช่นดวงตาเรียวยาวรูปหงส์ของเซียวเยี่ยน ทว่ายังคงงดงามยิ่งยวดเช่นกัน
เซียวจิ่นกินองุ่นแล้วพลันถามขึ้นอย่างอ่อนโยน “ชิงเวย เจิ้นเลื่อนตำแหน่งเจ้าเป็นเฟยดีหรือไม่”
มือของหลินชิงเวยหยุดชะงัก เมล็ดองุ่นหลายเมล็ดอยู่ในฝ่ามือขาวราวกับหิมะ
เมื่อเห็นนางไม่ตอบเซียวจิ่นจึงพูดหยั่งท่าทีอีก “หรือจะให้เป็นกุ้ยเฟย แล้วค่อยรอให้…”
หลินชิงเวยขัดจังหวะคำพูดของเขา “ฝ่าบาท”
รอยยิ้มบนในหน้าของเขาคมปลาบขึ้นทันทีพร้อมกับรับคำด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “อืม”
หลินชิงเวยพูดเสียงเบา “ที่จริงแล้ว หากคิดจะดึงมหาเสนาบดีหลินมาเป็นพวกแล้วละก็การเลื่อนขั้นให้หม่อมฉันขึ้นสู่ตำแหน่งเฟยย่อมมีผลดีเพคะ” นางไม่คิดว่าเด็กอายุน้อยกว่านางสามปีที่มีหัวใจของฮ่องเต้ผู้นี้จะกระจ่างแจ้งว่าอันใดคือความรักระหว่างบุรุษและหญิงสาว และชมชอบนางจริงๆ ที่เขาหลงใหล