ก็เพียงแค่นางเป็นที่พึ่งพิงแก่เขา ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเท่านั้นเอง หรือเขาอาจจะทำเช่นนี้เพื่อเป็นการคิดแทนนาง
“เจิ้นไม่ได้หมายความเช่นนั้น…” เซียวจิ่นกล่าว
หลินชิงเวยหัวเราะให้เขา “หม่อมฉันทราบว่าพระองค์ไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นเฟย กุ้ยเฟย หรือหวงกุ้ยเฟยแล้วอย่างไรเล่า หม่อมฉันล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น หม่อมฉันไม่อยากอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีเหล่านั้น หัวใจของหม่อมฉันมิได้อยู่ในวังหลวงแห่งนี้ ดังนั้นให้หม่อมฉันยังคงเป็นเจาอี๋เล็กๆ คนหนึ่งเช่นนี้ไปก่อนเถิดเพคะ” ผ่านไปครู่หนึ่งนางพูดอีกว่า “หม่อมฉันจดจำได้ เมื่อแรกเริ่มนั้นหม่อมฉันพูดกับฝ่าบาทแล้ว ขอเพียงรักษาพระอาการประชวรของฝ่าบาทจนหายดี หม่อมฉันปรารถนาเพียงให้ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันออกจากวังไป”
สีหน้าของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ “เป็นเพราะในวังไม่ดี เจิ้นไม่ดีต่อเจ้าหรือ หรือว่าเสด็จอาไม่ดีต่อเจ้า”
หลินชิงเวยส่ายหน้าพูดยิ้มๆ “เป็นเพียงความต้องการของแต่ละคนเท่านั้นเพคะ ไม่เกี่ยวข้องกับว่าใครดีต่อใครหรือไม่เพคะ”
“เช่นนั้นผู้ใดจึงจะทำให้เจ้ายอมอยู่ในวังได้เล่า” เซียวจิ่นถาม เขารู้สึกสับสนเคว้งคว้างราวกับพอจะกระจ่างแจ้งอยู่บ้าง จึงได้แต่พูดยิ้มๆ อย่างอ้างว้างว่า “เชื่อว่าต่อให้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อไปได้ เจ้าก็จะไม่มีความสุขใช่หรือไม่?”
“นั่นนับว่าฝ่าบาทรับปากแล้วใช่หรือไม่เพคะ” หลินชิงเวยมองดวงตาของเขา
เซียวจิ่น “เจิ