้นยินดีต้อนรับเมื่อเจ้ารู้สึกเสียใจภายหลังเสมอ”
ในช่วงที่เซียวจิ่นพักฟื้นร่างกายนั้น ทันทีที่หลินชิงเวยมีเวลาก็จะมาอยู่ในตำหนักซวี่หยาง ดูแลบาดแผลของเซียวจิ่น หากบาดแผลของเซียวจิ่นฟื้นตัวได้ดีและเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ สองเดือนให้หลังก็สามารถเอาไม้กระดานที่ประคับประคองขาไม่ให้เคลื่อนไหวออกได้แล้ว เมื่อนางมีเวลามากขึ้น นางก็จะไปหาหนังสือในห้องสมุดภายในตำหนักซวี่หยางมาอ่าน กระทั่งหนังสือเพิ่มพูนเป็นกองโตโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หลังจากเซียวเยี่ยนกลับวัง เขางานยุ่งเป็นพิเศษ ต่อให้หลินชิงเวยอยู่ในตำหนักซวี่หยางทั้งวัน แต่หลายวันจึงจะได้พบหน้าเขาสักครั้ง
ยามนี้เซียวจิ่นอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย ราชกิจเรื่องน้อยใหญ่ในราชสำนักของแผ่นดินล้วนตกเป็นหน้าที่ของเซียวเยี่ยนเพียงผู้เดียว
เซียวจิ่นไม่เคยเอ่ยถึงสิ่งใดเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินชิงเวย ทว่ามิได้หมายความว่าเขาไม่ใส่ใจ นับแต่โบราณมาไม่มีฮ่องเต้คนใดยินดีมอบอำนาจการบริหารแผ่นดินของตนให้กับผู้อื่น ช่างเถิด แม้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินจะอยู่ในมือของเซ่อเจิ้งอ๋องมาโดยตลอด ยังไม่ได้คืนมา
หลินชิงเวยคิดว่าการปลอบโยนจิตใจและสภาพอารมณ์ของผู้ป่วยก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของนางเช่นกัน แต่หลินชิงเวยพบว่าปลอบโยนไปปลอบโยนมา เซียวจิ่นแทบจะไม่ต้องการการปลอบโยนจากนาง กระทั่งตัวนางเองก็ยังปลอบโยนตนเองไม่ได้
เนิ่นนานแล้วที่ไม่ได้พบเซียวเยี่ยน นางรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิ