น คนในตำหนักซวี่หยางเมื่อพบเห็นนางล้วนพยายามที่จะหลบเลี่ยงไม่กล้าตอแยด้วย ได้ยินว่าอากาศร้อนเกินไปเจาอี๋เหนียงเหนียงธาตุไฟกำเริบ
ที่จริงแล้วมีเพียงนางที่รู้ดี เรื่องที่เซียวเยี่ยนมาเยือนที่นี่น้อยมากนั้นช่างเถิด นางถึงกับได้ยินว่าไทเฮาผู้นั้นถึงกับอาศัยข้ออ้างว่าไปเยี่ยมเยียนส่งของว่างและอาหารไปทุกๆ สามวันห้าวัน ไทเฮาเข้าออกห้องทรงพระอักษรเป็นนิจ เซียวเยี่ยนกลับไม่ปฏิเสธ!
เขายังคิดว่าไทเฮาเป็นคนของตนเองเสียแล้ว? ไม่เกรงกลัวเสียบ้างว่าคนรอบข้างจะติฉินนินทาอย่างไร
คืนนี้อากาศร้อนกว่าทุกๆ วัน กระทั่งตำหนักบรรทมของเซียวจิ่นที่วางถังน้ำแข็งเอาไว้ก็ยังไม่อาจทำให้อุณหภูมิภายในตำหนักลดลงได้ หลินชิงเวยร้อนจนแทบสติแตกอยู่แล้ว เหงื่อไหลไม่หยุด นางหันไปมองเซียวจิ่น เขานั่งพิงหัวเตียงด้วยสีหน้านิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหวใดๆ
เซียวจิ่นพูดยิ้มๆ “ชิงเวย เมื่อใจสงบก็จะเย็นเอง เจ้านั่งลง ไม่นานก็ไม่ร้อนแล้ว”
หลินชิงเวยเบะปาก “ใจสงบก็จะเย็นเอง เป็นคำพูดหลอกลวงผู้คนเพคะ ทันทีที่ใจสงบ มิใช่ตายไปแล้วหรือเพคะ”
เซียวจิ่นตกตะลึง จากนั้นรอยยิ้มกดลึกขึ้นกว่าเดิมอีก เขาให้นางกำนัลไปต้มน้ำแกงเม็ดบัวเห็ดหูหนูขาวมาให้หลินชิงเวยกินคลายร้อน
หลินชิงเวยกินน้ำแกงเม็ดบัวเห็ดหูหนูไปสองชามใหญ่ อารมณ์จึงเย็นลงบ้าง เซียวจิ่นมองสีของท้องฟ้าข้างนอก ท้องฟ้ามืดลงแล้ว เหล่านางกำนัลกำลังจุดโคมไฟในวัง ม่านรัตติกาลเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่า