บพูดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “แต่อันใด?”
ไม่รอให้นางกำนัลของตำหนักชิงหลวนตอบ ทันทีที่ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนก็มีคนของตำหนักคุนเหอมาขวางทางเดินของนาง ขันทีท่าทางเคร่งขรึมมากประสบการณ์ผู้นั้นนางไม่คุ้นหน้าคุ้นตา คงเป็นขันทีข้างกายของไทเฮา อีกทั้งหมัวมัวสีหน้าท่าทางดุร้ายในเรือนอีกสองคนนั้นเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของไทเฮา
หากขันทีวัยกลางคนไม่ออกมาขวางเอาไว้ เกรงว่าหมัวมัวสองนางนั้นคงอดไม่ได้ที่จะออกหน้ามากำราบหลินชิงเวย
ขันทียังนับว่าเกรงใจอยู่บ้าง เขาพูดกับหลินชิงเวย “เจาอี๋เหนียงเหนียงช้าก่อน ยามนี้ไทเฮาเหนียงเหนียงกำลังอยู่ในห้องทรงพระอักษรพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยเลิกคิ้วเหลือบหางตาไปมองขันที พูดอย่างเห็นขันว่า “ไทเฮาบอกเจ้าว่านางอยู่ข้างใน แล้วข้าเข้าไปไม่ได้หรือ”
“บ่าวมิกล้า เพียงแต่ไทเฮาไม่ชมชอบให้คนรบกวน เหนียงเหนียงเชิญกลับไปเถิด”
“ไม่ชมชอบให้คนรบกวน?” หลินชิงเวยลากเสียงให้สูงขึ้น “รบกวนนางอันใด รบกวนนางซึ่งเป็นไทเฮา หญิงม่ายที่สองวันสามวันก็เอาแต่ตามติดอยู่ในห้องทรงพระอักษร หรือรบกวนไม่ให้นางและเซ่อเจิ้งอ๋องซึ่งเป็นบุรุษโสดและหญิงม่ายอยู่ร่วมห้องหับเดียวกัน”
ขันทีหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หมัวมัวตวาดลั่น “บังอาจ! เซ่อเจิ้งอ๋องสะสางราชกิจแทนฮ่องเต้ ไทเฮาเห็นแก่เซ่อเจิ้งอ๋องที่ทรงงานเหน็ดเหนื่อยจึงเสด็จมาเยี่ยมเยียน หลินเจาอี๋จะทำให้บารมีของไทเฮามีมลทิน!”
หลินเจาอี๋ยกยิ้มม