ุมปาก “เสด็จมาเยี่ยมเยียนก็ต้องปิดประตูมิดชิดพูดคุยกัน ไทเฮาไม่รู้หนักเบาเช่นนี้ ช่างเป็นการกระทำที่ดียิ่งนัก!”
“เจ้า!” หมัวมัวทั้งสองคนส่งสายตาให้กัน แล้วจึงก้าวขึ้นหน้ามาขวางหลินชิงเวยเอาไว้
หลินชิงเวยหันกลับมากวาดสายตามองร่างของหมัวมัวทั้งสองคน “พวกเจ้ามีฐานะเป็นคนข้างกายของไทเฮา บ่าวสองคนกล้าลงไม้ลงมือกับเปิ่นกงเช่นกันหรือ?! ใครกันแน่ที่บังอาจ? ยามปกติไทเฮาสั่งสอนให้เจ้าช่วยคนชั่วก่อกรรมทำเข็ญใช่หรือไม่?! หรือสุนัขรับใช้สองตัวเช่นเจ้าคิดไปเองว่ามีฐานะสูงกว่าเปิ่นกงที่เป็นเจาอี๋ ถึงกับกล้ามาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าเปิ่นกง?!”
หมัวมัวทั้งสองหยุดชะงัก ที่นี่มิใช่ตำหนักคุนเหอ ที่นี่คือตำหนักชิงหลวน หากเรื่องราวลุกลามใหญ่โตแล้วแพร่ออกไป ไม่เพียงไม่ส่งผลดีพวกนางสองคน กระทั่งไทเฮาก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย
เดิมทีหมัวมัวทั้งสองเดือดดาลจนโทสะลุกเทียมฟ้าไปแล้ว ได้แต่ถลึงตาจ้องหลินชิงเวยเขม็ง พูดอย่างไม่ยินยอมว่า “มิกล้า” แต่กลับยังคงพูดเสียงแข็งว่า “ยามนี้ไทเฮาประทับอยู่ด้านใน บ่าวมิอาจให้เจาอี๋เข้าไปเด็ดขาด เชิญเจาอี๋กลับไปเถิด!”
หลินชิงเวยก้าวขึ้นข้างหน้าอีกสองก้าวแล้วพยักพเยิดปลายคาง บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ข้าจะเข้าไปให้ได้ พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้”
หมัวมัวสองคนก้าวขึ้นมาขวาง “หากเจาอี๋เหนียงเหนียงจะบุกเข้าไปให้ได้ ก็อย่ากล่าวโทษว่าพวกเราไม่เกรงใจ แม้ท่านจะเป็นเหนียงเหนียง แต่พวกบ่