น้าของเซียวเยี่ยนไม่หวั่นไหวสักนิด “ไม่อนุญาตให้ไป”
หลินชิงเวยเห็นท่าทีของเขาแข็งกร้าวเช่นนั้นจึงไม่เซ้าซี้อีกต่อไป เพียงพูดว่า “หวงยาขายตัวเข้าไปในหอคณิกา แม้พวกเราจะไม่อาจไปสนับสนุนนางได้ แต่เดินผ่านหน้าประตูดูจากข้างนอกได้หรือไม่? คำขอแค่นี้ไม่นับว่าเกินไป หากท่านยังปฏิเสธอีกพวกเราก็ไม่มีทางกลับวังอย่างมีความสุข”
เซียวเยี่ยนได้แต่ยอมรับอย่างเงียบๆ
ดังนั้นเมื่อฟ้าใกล้จะมืดคนทั้งสองจึงเข้าไปกินอาหารในหอสุราจนอิ่มแปล้ มองออกไปจากหน้าต่างชั้นสองของหอสุราเห็นโคมไฟนับพันดวงที่ส่องสว่าง ถนนยาวนับสิบลี้ส่งผลให้บรรยากาศในยามค่ำคืนดูงดงามกว่าในวังสองส่วน
ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนถนน เพียงครู่เดียวก็เดินมาถึงถนนสายโลกีย์
ถนนแห่งกามารมณ์สายนี้เปิดประตูทำการค้ากันอย่างเปิดเผย ชีวิตในยามค่ำคืนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นไม่ต้องกล่าวถึงว่าครื้นเครงเพียงใด สายลมพัดมาเพียงวูบหนึ่งก็นำมาซึ่งกลิ่นชาดและเครื่องหอม
หอคณิกาเหล่านี้แบ่งเป็นสามชั้น บนทางเดินของทุกชั้นจุดโคมไฟสีแดงเอาไว้ ภายใต้แสงไฟจากโคมไฟล้วนเป็นบรรดาหญิงสาวที่ขายเสียงหัวเราะทั้งสิ้น พวกนางแต่งกายงดงามเย้ายวน ดวงตานั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเชิญชวน ร่างกายอ้อนแอ้นอรชรโอนเอนไปมาราวกับต้นไม้ไร้กระดูก โบกสะบัดผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมในมือไปมา ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ละลานตา
เซียวเยี่ยนจูงม้าตัวหนึ่งเดินผ่านถนนสายนี้พร้อมกับหลินชิงเวย เมื่อเขาเดินผ่านหน้าสตรีเหล่านั