ับคนนอกเช่นเจ้า” พูดแล้วก็เตรียมจะปิดประตูเรือน
หลินชิงเวยมองหวังเสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กินไก่เกือบหมดชามด้วยสายตาเมินเฉย นางหัวเราะแล้วพยักหน้า “ก็ใช่ ที่จริงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า ต่อไปเจ้าก็ดูหลานชายของเจ้าว่าจะมีชีวิตอย่างไรเถิด ความผูกพันของคนในครอบครัวที่ต้องใช้เงินซื้อมา ไม่เอาก็ไม่เห็นเป็นไร หวงยาออกไปจากครอบครัวโหดร้ายเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”
แต่หวงยาเด็กโง่คนนั้น ออกจากครอบครัวที่โหดร้าย ทว่ากลับเข้าไปในถ้ำเสือนี่นา
หากครั้งนี้นางตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง หลินชิงเวยจะทำอะไรได้เล่า?
ยายหวังปิดประตูอย่างไม่เกรงใจดัง ‘พ่าง’ หลินชิงเวยยังได้ยินเสียงของนางที่พูดกับหวังเสี่ยวเป่าข้างในว่า “ไอหยา เสี่ยวเป่า เจ้ากินเนื้อไก่หมดแล้ว ย่ากินอะไรเล่า?”
หลินชิงเวยหันกลับมา “ช่างเถิด พวกเราไปกันเถิด คนชั่วย่อมต้องเป็นทุกข์เพราะคนชั่วด้วยกัน”
หลินชิงเวยไม่พูดจาเป็นเวลานาน เซียวเยี่ยนรู้ว่านางอารมณ์ไม่ดี จึงพูดขึ้นมาว่า “เวลาไม่เช้าแล้ว ประเดี๋ยวหาที่กินข้าวแล้วเจ้ายังเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืนได้อีก”
หลินชิงเวย “ไม่สู้พวกเราไปเดินๆ ดูที่หอวสันตฤดูเป็นอย่างไร”
เซียวเยี่ยนปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่ได้”
“เหตุใดผู้อื่นไปได้ พวกเราไปไม่ได้?”
เซียวเยี่ยนเหลือบตามองนาง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นสถานที่อะไร?”
“เมื่อสักครู่ยายหวังมิใช่พูดแล้วหรือ เป็นหอคณิกา”
“ในเมื่อเจ้ารู้แล้วยังจะไปอีก?” สีห