หน้าเย็นชา “เป็นนางเองที่ต้องการไป เกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย”
“นางไปที่ใด?” หลินชิงเวยพูด
ยายหวัง “หอวสันตฤดู!” นางเกรงว่าหลินชิงเวยจะอาละวาดเหมือนครั้งที่แล้วอีกจึงรีบกล่าวเสริมว่า “แต่มิใช่ข้าขายนางออกไปให้หอวสันตฤดูนะ เป็นตัวนางเองขายตัวเองออกไป!”
หลินชิงเวยพูดเสียงเบาอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า “เช่นนั้นขายได้เงินมาเท่าใด”
ยายหวังเงียบกริบ
“เจ้ามิใช่พูดว่าไม่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเจ้าหรือ เงินที่นางขายตัวนั้นมอบให้พวกท่านย่าหลานกินปลากินเนื้อทุกวัน เจ้าก็ไม่กลัวว่าจะติดคอตายบ้างหรือไร” นางหรี่ตามองยายหวัง สายตาชนิดนั้นทั้งๆ ที่นางอายุน้อยกว่ายายหวังไม่รู้เท่าใด ทว่ากลับทำให้นางรู้สึกสะดุดในใจ
ยายหวังฝืนใจสงบสติอารมณ์ของตน “เป็นนางต้องการไปเอง ข้าไม่ได้บีบคั้นนาง! มีหลานสาวอยู่ในหอโคมเขียวคนหนึ่ง ไหนเลยจะไม่รู้สึกอับอายขายหน้า นางมอบเงินที่นางขายตัวได้ให้ข้าแล้วอย่างไรเล่า ดีชั่วอย่างไรข้าก็เลี้ยงนางมาเป็นเวลาหลายปี ย่อมต้องใช้เงินเช่นกัน! นางไม่ใช่คนสกุลหวังของครอบครัวเราอีกต่อไปแล้ว แต่นี้ต่อไปข้าไม่มีหลานสาวที่สร้างความอับอายขายหน้าคนนั้นอีก!”
“รู้สึกขายหน้า?” หลินชิงเวยหัวเราะดึงพรืด “เจ้ายังมีหน้าอยู่อีกหรือ? เกือบจะเอาบ้านเรือนของตนมาเป็นสถานที่ค้าประเวณีอยู่แล้ว ยังรู้สึกว่าหลานสาวเข้าไปในหอโคมเขียวแล้วอับอายอีก”
ยายหวัง “นั่นเป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกเรา ไม่มีความเกี่ยวข้องก