วย แต่ถูกอวี้ย่วนรั้งเอาไว้ คนทั้งสองเดินออกไปจากเรือนหลังเล็กโดยไม่หันกลับมา
หลินชิงเวยเห็นคนจากไปแล้วจึงเคาะลงบนพื้นไม้กระดาน “ท่านอา ยังไม่รีบนำน้ำบ๊วยเย็นของท่านออกมาอีก ท่านคนเดียวดื่มกาใหญ่ขนาดนั้น ไม่กลัวเสียวฟันหรือไร”
ผ่านไปครู่หนึ่งเซียวเยี่ยนเดินออกมาด้วยใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ แสงแดดข้างนอกช่างทิ่มแทงสายตายิ่งนัก แต่ล้วนไม่สู้รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์บนใบหน้าหลินชิงเวย เซียวเยี่ยนนำกล่องอาหารวางลงข้างกายนาง แล้วยังไปย้ายโต๊ะเหลี่ยมตัวเล็กในห้องออกมานั่งร่วมกันตามคำพูดของนาง
เขาเห็นเท้าเปล่าของหลินชิงเวย จึงขมวดคิ้วด้วยความเคยชิน “ไยไม่สวมรองเท้าอีกแล้วเล่า”
หลินชิงเวยทางหนึ่งรินน้ำบ๊วยเย็นลงในถ้วยกระเบื้องสีเขียวหยกสองใบ อีกทางหนึ่งขยับนิ้วหัวแม่โป้งกลมมนสีชมพูอ่อนของตน “อย่างนี้เย็นสบายดีนี่นา ไม่เชื่อท่านก็ลองถอดดูสิ” ไม่รอให้เซียวเยี่ยนตอบนางพูดอีกว่า “อ๊ะ ท่านอย่าเพิ่งทดลองดีกว่า ข้าเกรงว่าจะไม่อาจลิ้มรสน้ำบ๊วยเย็นได้อย่างสุนทรีย์”
เซียวเยี่ยน “…”
หลินชิงเวยดื่มน้ำบ๊วยเย็นถ้วยหนึ่งหมดในรวดเดียว แล้วถอนหายใจยืดยาวซ้ำยังกินของว่างเนื้อนุ่มอีกคำหนึ่ง “สิ่งของที่เตรียมไว้ให้เสด็จอาไม่เหมือนกันจริงๆ”
เซียวเยี่ยนเห็นนางกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วมองน้ำบ๊วยสีน้ำตาลเข้มในถ้วยกระเบื้องแวบหนึ่ง เดิมทีเขาไม่ชอบกินสิ่งของเหล่านี้ ทว่าเขายังคงยื่นนิ้วมือยาวเรียวออกมาหยิบแล้วดื่มลงไปสองอึก
เข