่อลงในทันที ใบหน้าเล็กๆ นั้นแดงบวม
ยายหวังเห็นแล้วรับไม่ได้ ปวดใจจนน้ำตาไหลพราก
หลินชิงเวยดึงหวังเสี่ยวเป่าเข้ามาใกล้และบอกกับเขาว่า “ออกมาใช้ชีวิตย่อมต้องชดใช้ สิ่งที่เจ้าติดค้างเอาไว้ช้าเร็วก็ต้องชดใช้อยู่ดี ย่าของเจ้าไม่เคยสอนเจ้าหรือว่ากรรมตามสนอง ยามนี้ไงเล่า เจ้าคิดว่าเจ้ายังเล็ก ข้าจะไม่กล้าตีเจ้าหรือ” พูดแล้วก็ช้อนตาขึ้นมองยายหวัง “หลานชายคนดีที่เจ้าสั่งสอน คาดหวังให้เขามีอนาคตโดดเด่นในวันหน้าแล้วตอบแทนเจ้า เจ้าเบิกตาดูให้ดีว่าเขาจะตอบแทนเจ้าอย่างไร” ในลานเรือนมีบ่อน้ำบ่อหนึ่ง ในบ่อก็คือน้ำ หลินชิงเวยหิ้วหวังเสี่ยวเป่าเดินตรงไปที่บ่อน้ำนั้น เมื่อหวังเสี่ยวเป่าถูกหลินชิงเวยหิ้วไปอยู่บนขอบบ่อน้ำเขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวในที่สุด จึงเริ่มดิ้นรนและร้องไห้ เขาเห็นถึงความร้ายกาจของหลินชิงเวยแล้วเช่นกัน ไม่กล้าทำให้นางโมโหอีกด้วยเกรงว่านางจะโยนเขาลงไป
ยายหวังเห็นเช่นนั้นแทบจะหมดลมหายใจ นางล้มลงร่ำไห้บนพื้น คร่ำครวญว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร คืนหลานชายข้ามา คืนหลานชายข้านะ…เขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง เขาเป็นชีวิตจิตใจของข้า!”
หลินชิงเวยมองหวงยาที่หน้าประตูแวบหนึ่ง “แล้วนางไม่ใช่หลานสาวของเจ้าหรือไร?” หลินชิงเวยก้มหน้าลงยิ้มกับหวังเสี่ยวเป่า “วันนี้เจ้าและย่าของเจ้า มีเพียงคนเดียวที่จะรอดปลอดภัย ไม่ก็เจ้าถูกข้าโยนลงไปในบ่อ ย่าของเจ้าจะปลอดภัย หรือไม่ก็ย่าของเจ้าถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไป เจ้าก็ปลอดภั