มือปราบหลิวเดินอยู่ข้างหน้าสุด เมื่อไปถึงเรือนหลังเล็กหลังนั้น เขาไม่เคาะประตูแต่ใช้เท้าถีบประตูเรือนให้เปิดออกทันที ยายหวังกำลังนั่งอยู่ในเรือนดูหลานชายฝึกเขียนหนังสือ เงยหน้าขึ้นเห็นประตูบ้านของตนถูกทำลายจึงตกตะลึง ต่อมาเห็นมือปราบหลิวเดิมเข้ามาด้วยโทสะเดือดดาล จึงรู้สึกร้อนตัวแต่ยังคงเถียงข้างๆ คูๆ “พวกท่านคิดจะทำอันใด ที่เป็นบ้านเรือนส่วนตัวของชาวบ้าน! ใครก็ได้ ทุกคนมาดูกันเร็วเข้า! มือปราบจะตบตีพวกเราชาวบ้านตาดำๆ! ยังมีกฎหมายหรือไม่!”
แต่คนละแวกนี้จะมีใครมา ต่อให้มีคนได้ยินก็เพียงแต่หันหลังถ่มน้ำลายคำหนึ่ง ด่าประโยคหนึ่ง “สมน้ำหน้า!”
หลินชิงเวยได้ยินเสียงบุรุษดังออกมาจากในห้อง กลับไม่ได้ยินเสียงของเด็กหญิงที่ร่ำไห้และร้องขอละเว้นชีวิต นางมีสีหน้าเย็นชามองยายหวังและหลานชายสุดที่รักนั่งฝึกเขียนหนังสืออยู่ในเรือน ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นรอบตัวไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา
ความแตกต่างของคนเราต่างกันได้มากมายเช่นนี้
หลินชิงเวยเดินขึ้นหน้าไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูเรือนและขมวดคิ้ว ที่ด้านนอกประตูมีแม่กุญแจดอกหนึ่ง นางหันหน้ามามองทางระเบียงทางเดินหินมีมีดผ่าฟืนขึ้นสนิมเขรอะเล่มหนึ่ง จึงก้มตัวลงไปหยิบขึ้นมา แล้วฟาดลงไปเปิดแม่กุญแจเพื่อประเปิดประตู บุรุษกักขฬะผู้หนึ่งกำลังใช้เรี่ยวแรงกำลังของเขาข่มเหงเด็กหญิงที่ถูกบีบบังคับให้นอนอยู่บนเตียง บุรุษผู้นั้นยังไม่ได้สติ เห็นเพียงมีดผ่าฟืนเล่มหนึ่งกำลัง