เซียวเยี่ยนกลับมาในเวลาต่อมา
เมื่อเขาก้มศีรษะเดินเข้ามาในเรือนก็เห็นหลินชิงเวยกำลังนั่งอาบแสงจันทร์อยู่ในลานเรือน นางนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง ขาทั้งสองข้างพับซ้อนกัน ชายอาภรณ์ปลิวพลิ้วสะบัด เท้าเล็กๆ น่ารักทั้งสองข้างของนางเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงิน หากมิใช่เพราะมีคนมารบกวนเซียวเยี่ยนยังรู้สึกว่าช่วงเวลาเช่นนี้ดีเหลือเกิน
ทว่าเซียวเยี่ยนยังคงเดินเข้าไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ได้ยินว่า เจ้าทำให้คุณหนูทั้งสองร้องไห้”
ผ่านไปอึดใจหนึ่ง หลินชิงเวยบนเก้าอี้เอนหลังจึงขยับตัวพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “ร้องไห้แล้วหรือ เช่นนั้นพวกนางก็เปราะบางเกินไปแล้ว ข้าไม่รู้สึกว่าข้าได้ทำอะไรด้วยซ้ำ” นางเปลี่ยนท่านั่งเป็นกอดเข่าทั้งสองข้างเอาไว้ หันกลับมองเซียวเยี่ยนด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ท่านยังได้ยินอะไรมาอีก?”
“ได้ยินว่าเปิ่นหวางยังชมชอบสตรีตัวเล็กๆ เตี้ยๆ หน้าอกแบนราบ หน้าผากเล็กๆ พบหน้าผู้คนได้และรับมือกับพวกอันธพาลได้ รักษาอาการท้องผูกได้ ทั้งยังเป็นสตรีเก่งกาจช่างเรียกร้องต้องการมาก” เซียวเยี่ยนมองนางแวบหนึ่งแล้วพูดหน้าตาย “ถึงขั้นได้ยินว่าคุณชายหลินใส่ความว่าเปิ่นหวางมีรสนิยมไม่ชมชอบสตรี เพราะจากคำพูดของคุณหนูทั้งสองไม่มีบุรุษคนใดจะชอบสตรีแปลกประหลาดที่กล่าวมานั้น”
หลินชิงเวยแตะปลายคางของตนแล้วร้องชิออกมาครั้งหนึ่ง “ดูท่าแล้วข้าไม่ควรจะยั้งปากของข้า”
ที่จริงแล้วยังมีคำพูดบางอย่าง