็คือทุกครั้งที่หลินชิงเวยเรียกชื่อเขาก็เหมือนกับมีอำนาจเวทมนตร์ชนิดหนึ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธนางได้
เขานั่งข้างกายหลินชิงเวยบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้เขาจะเป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง ทว่าหลินชิงเวยไม่เคยคิดมาก่อนว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร ครั้งแรกที่ได้นั่งชมจันทร์เงียบๆ กับเขา นางกลับอดที่จะคิดถึงวันข้างหน้าไม่ได้
ต่อไป…ในชีวิตของนางจะมีเขาอยู่ด้วยหรือไม่? ไม่ว่าใครก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น กระทั่งตัวนางเองก็ยังไม่แน่ใจ
หลินชิงเวยพูดเสียงเบา “รอให้ท่านไม่เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องแล้ว ท่านคิดจะทำอะไร?”
เซียวเยี่ยน “ยังไม่เคยคิดมาก่อน” เขายุ่งตลอดทั้งวันไหนเลยจะมีเวลาคิดเรื่องเหล่านั้น
หลินชิงเวยใช้ศอกถองเขา “เป็นเรื่องสามปีห้าปีให้หลัง ไม่ไกลแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่คิดวางแผนอันใดให้ตนแต่เนิ่นๆ เล่า? แต่นี้ไปท่านต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง หลินชิงเวยพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มอีกว่า “อย่างนี้ดีหรือไม่ พวกเราออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน ออกท่องยุทธภพ จากนั้นค่อยหาสถานที่แห่งหนึ่งลงหลักปักฐาน เปิดร้านยาสักแห่งหนึ่ง รักษาไข้แล้วขายยาสมุนไพรเล็กๆ น้อยๆ”
เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบนาง ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าต่อไปนางจะออกจากวังมาเป็นคนที่มีอิสระได้หรือไม่ วันข้างหน้าของเซียวเยี่ยนไหนเลยจะอยู่ร่วมกับนางได้
“ท่านไม่ตอบ ข้าถือว่าท่านรับปากแล้วนะ” หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปาก คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา ต่อมานางน