ราวกับเถียนฝานมองเห็นความหวังอันริบหรี่ เขาจึงพูดขึ้นว่า “มี…ข้ามีหลักฐานพิสูจน์…”
ต่อมาศาลาว่าการได้เรียกตัวหญิงม่ายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนถนนสายนั้น พิสูจน์ว่าคืนก่อเหตุนั้นเถียนฝานและหญิงม่ายพัวพันอยู่ด้วยกันตลอดทั้งคืน พวกเขาไม่รู้เรื่องที่เจียงหมิงจูถูกสังหารแม้แต่น้อย
มือปราบหลิวไม่อาจไม่รามือ แต่ยังคงกักขังเถียนฝานไว้คืนหนึ่งจึงยอมปล่อยตัวออกไป
หลินชิงเวยไปพบสวี่ฮ่าวเฉียงสามีของเจียงหมิงจูในห้องขัง เมื่อเห็นท่าทางของสวี่ฮ่าวเฉียงแล้วหลินชิงเวยอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ หน้าตาของเขากับคืนวันที่เกิดเรื่องเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง
สวี่ฮ่าวเฉียงถูกทุบตีอย่างทารุณเช่นกัน แต่ร่างกายของเขาแข็งแรงจึงอดทนรับได้ ทว่าเขาดูเหมือนสิ้นหวัง ราวกับไม่มีแรงจูงใจให้มีชีวิตต่อไป รอความตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
ไม่ว่าผู้คุมจะใช้ทัณฑ์ทรมานกับเขาอย่างไรเขาก็ไม่ยอมรับว่าเป็นผู้สังหารภรรยาของตนเอง การตายของเจียงหมิงจูสร้างความเจ็บปวดให้เขาอย่างที่สุด ยังต้องการให้เขาตระบัดสัตย์ต่อตนเองยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ทำไม่ได้
เพื่อนบ้านใกล้เคียงพูดว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง สายตาของผู้คนนั้นบริสุทธิ์ไม่เอนเอียงย่อมไม่พูดเท็จแน่นอน
ประตูห้องขังเปิดออก หลินชิงเวยเดินเข้าไปย่อกายลงเบื้องหน้าสวี่ฮ่าวเฉียง เนิ่นนานสวี่ฮ่าวเฉียงจึงพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “ข้าไม่ได้สังหารหมิงจู…ข้า