เพียงแต่ปฏิกิริยาของมือปราบหลิวนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ไม่อาจไม่นำตัวเถียนฝานไปกับไต่สวน ยังกลับไม่ถึงศาลาว่าการ ระหว่างทางเดินผ่านตรอกๆ หนึ่ง มือปราบหลิวพลันหยุดเดินแล้วหันหน้ามองเข้าไปในเรือนหลังหนึ่ง
ประตูเรือนหลังนั้นเปิดประตูอยู่ครึ่งหนึ่งมีเสียงร่ำไห้ของแม่นางน้อยดังออกมาจากข้างในและเสียงด่าทอของหญิงชราคนหนึ่ง
หลินชิงเวยหยุดก้าวเดินเช่นกัน นางมองผ่านช่องระหว่างประตูเข้าไปในเรือนหลังนั้น เห็นแม่นางคนหนึ่งในวัยใกล้เคียงกับตน กำลังถูกหญิงชราผมขาวโพลนคนหนึ่งใช้ไม้หวายตีไม่ยั้ง นางร้องไห้ไปพร้อมกับวิงวอนขอความเมตตา
หญิงชรานางนั้นไม่ยอมรามือ ด่าทออีกว่า “ถุย! คนชั้นต่ำ ไม่มีสิ่งของอะไร! ให้เจ้าออกไปขอของกินและเงินกลับมา ดูว่าเจ้าทำอะไรลงไป! อีกไม่นานน้องชายของเจ้าก็ต้องเข้าเรียนแล้ว เจ้าเอาอะไรไปจ่ายค่าเล่าเรียนให้เขา! ข้าเลี้ยงเจ้าไว้มีประโยชน์อันใด!”
“ข้าขอแล้ว…ข้าขอมาได้เพียงเท่านี้…ท่านย่าอย่าตีอีกเลย…” น้ำเสียงของเด็กสาวนั้นโต้เถียงเสียงอ่อน บนร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยสีเขียวสีม่วงจากการถูกตี
“ข้าไม่สน! วันนี้ต่อให้เจ้าต้องออกไปขายตัวก็ต้องหาเงินมาให้ได้! หาไม่แล้วข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตเช่นนี้ เลี้ยงเจ้าเปล่าๆ ปลี้ๆ หรือไร?! ยามบ่าย ยามบ่ายข้าจะเรียกคนมา!”
มือปราบหลิวเห็นแล้วมือทั้งคู่กำเป็นหมัดแน่น หลินชิงเวยเห็นเพียงสีหน้าด้านข้างของเขา เห็นเส้นเลือดสีเขียวบริเวณขมับขอ