งเขาเต้นตุบๆ ขึ้นมา ชัดเจนยิ่งนักว่าเขามีโทสะอย่างยิ่ง
เถียนฝานที่อยู่ด้านข้างร้องขอความเมตตา “ใต้เท้าละเว้นข้าเถิด ข้าไม่ได้ฆ่าคนจริงๆ…เทียบกับยายหวังแล้วข้านับว่ามีความเมตตากว่ามาก! ละแวกนี้มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่านางเป็นหญิงชราใจคออำมหิต เห็นหลานชายของตนเป็นสิ่งของล้ำค่า เห็นหลานสาวของตนเป็นทาส เป็นเครื่องมือหาเงิน แต่ไม่ว่าใครก็เกลี้ยกล่อมนางไม่ได้ ผู้ใดมาเกลี้ยกล่อมนางก็จะไปยืนด่าทออยู่หน้าประตูเรือน อย่าได้เอ่ยถึงว่าไม่น่าฟังเพียงใด”
หลินชิงเวย “หากข้าไม่ได้จำผิด ท้องที่ในเขตนี้เป็นท้องที่ที่มือปราบหลิวรับผิดชอบลาดตระเวนกระมัง เหตุใดไม่ดูแลเรื่องเหล่านี้?”
มือปราบหลิวกัดฟันแน่น น้ำเสียงที่พูดขึ้นมานั้นต่างจากก่อนหน้านี้อยู่บ้าง เปลี่ยนจากหนักแน่นกลายเป็นเต็มไปด้วยโทสะ “นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกเขา ขอเพียงมิใช่เรื่องลักเล็กขโมยน้อย ไม่ได้วางเพลิง ฆ่าคน ต่อให้ไปร้องเรียนที่จวนว่าการก็ทำอันใดไม่ได้”
ถูกต้อง กฎหมายในยุคสมัยนี้มีหลายจุดที่ไม่ครอบคลุมและจนปัญญา
ท่าทางมือปราบหลิวดูเหมือนทนดูต่อไปไม่ได้ จึงจับตัวเถียนฝานเดินต่อไป หลินชิงเวยมองแผ่นหลังของเขาอย่างครุ่นคิด เมื่อหันกลับมานางยกมือขึ้นเคาะประตูเรือนของยายหวัง
ยายหวังเพิ่งจะรามือจากการตีและด่าทอหลานสาว ในมือยังถือไม้เรียวเดินมาเปิดประตูเรือนด้วยสีหน้าขุ่นขึ้ง เมื่อนางเปิดประตูแล้วเงยหน้าขึ้นเห็นคุณชายรูปงามสองคนยืนอยู่หน