้าประตู คนหนึ่งใหญ่คนหนึ่งเล็ก สีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของนางชะงักงัน จากนั้นสีหน้าจึงผ่อนคลายลง “พวกท่านมีเรื่องอันใด?”
หลินชิงเวยมองเด็กสาวน่าสงสารในลานเรือน “พวกเราผ่านมาได้ยินเสียงด่าทอตบตี นางทำผิดอันใดหรือ?”
ยายหวังกลับไปมีสีหน้าบูดบึ้งดังเดิม “ข้าสั่งสอนหลานสาวของข้า ทั้งสองท่านอย่าได้สอดเรื่องชาวบ้านจะดีกว่า! หากทั้งสองท่านคิดจะซื้อสาวใช้ หลานสาวของข้าขายในราคาห้าตำลึง ขายให้พวกท่าน!”
หลินชิงเวยหัวเราะ “ท่านตีนางเสียจนเขียวม่วงไปทั้งตัว แม้ข้าจะมีใจคิดจะซื้อสาวใช้ เพียงแต่ห้าตำลึงดูเหมือนจะมากไปหรือไม่? หากท่านตัดสินใจแต่แรกว่าจะขายนาง ทว่ากลับไม่อาจหักใจใช้เงินเลี้ยงดูนางให้งดงาม ใครจะซื้อเล่า?”
ยายหวังชักสีหน้าตอบว่า “เช่นนั้นทั้งสองท่านมาหาเรื่อง? หลานสาวของข้า เกี่ยวอันใดกับพวกท่านด้วยเล่า?!”
หลินชิงเวยพูดขึ้นมาด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว “ท่านดูท่านสิ เป็นคนที่ก้าวเข้าโลงศพไปครึ่งหนึ่งแล้ว ยังไม่รู้จักทำตัวให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่หลานๆ ของท่าน และไม่รู้จักสั่งสมบุญกุศลให้ตนเอง ต่อไปเมื่อไปถึงนรกแล้วยังต้องได้รับโทษทัณฑ์”
“เจ้า!” ยายหวังเป็นคนนิสัยใจร้อน ถูกหลินชิงเวยใช้คำพูดเนิบๆ ทำให้โมโหเสียจนแทบเต้น จึงหันไปหยิบไม้กวาดมาเพื่อไล่คนทั้งสองออกไป
หลินชิงเวยเห็นยายหวังถือไม้กวาดมา แต่ยังไม่ยอมจากไปกลับยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านตีเถิด มีปัญญาท่านก็ตี รอให้ท่านตีแล้ว ข้าจะได