ามอัสดงค่อยลับเลือนหายไป โคมไฟสีแดงริมถนนสว่างขึ้น เวลานี้สำหรับตลาดกลางวันถือว่าเย็นเกินไป แต่สำหรับตลาดกลางคืนนั้นเช้าเกินไป ผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนจึงมีไม่มากนัก
เดินมาครู่หนึ่งหลินชิงเวยจึงนึกขึ้นได้ นางพูดกับเซียวเยี่ยน “แย่แล้ว พวกเราลืมไปรับอาภรณ์ที่ร้านตัดเสื้อ”
เซียวเยี่ยนช้อนตาขึ้นมองถนนสายยาวสิบลี้แล้วพูดว่า “เวลานี้ร้านค้าน่าจะปิดแล้วกระมัง”
ร้านค้าคึกคักของตลาดกลางคืนจะเปิดร้านริมถนน ดูเหมือนร้านค้าเช่นนั้นเมื่อตะวันตกดินแล้วจะปิดร้าน
หลินชิงเวยพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่ได้ วันนี้จะต้องไปรับอาภรณ์ อาภรณ์ชุดนี้สวมมาสองวันแล้ว เหม็นจะตายอยู่แล้ว” พูดแล้วก็ลากเซียวเยี่ยนวิ่งไปข้างหน้า
หลินชิงเวยออกแรงวิ่งอย่างจริงจัง เซียวเยี่ยนกลับแทบไม่ต้องใช้แรงแม้แต่น้อยเขาเพียงแต่ก้าวยาวๆ ตามไปเป็นพอ ภาพที่คนทั้งสองเดินอยู่บนถนนในสายตาของผู้คนทั่วไปก็คือเด็กชายตัวน้อยตามติดพี่ชายใหญ่ให้ไปซื้อของที่ตนอย่างได้ เซียวเยี่ยนตกตะลึงในใจยิ่งยวด ตนเองถึงกลับปล่อยให้นางกระทำตามใจโดยไม่คิดจะปฏิเสธ
ม้าทั้งสองตัวถูกนำไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการแล้ว อย่างไรระยะทางจากศาลาว่าการมาถึงจวนสกุลสวีไม่ได้ไกลเท่าใดนัก
พวกเขาวิ่งมาพรวดเดียวก็ถึงร้านตัดเสื้อ ร้านตัดเสื้อยังไม่ปิดร้าน หลินชิงเวยรีบก้าวเข้าไป เถ้าแก่ของร้านตัดเสื้อเป็นคนพูดจาคำไหนคำนั้นเมื่อเห็นลูกค้าจึงรีบพูดว่า “นับว่าคุณชายทั้งสองมาเสียที” ดูท่าแล