ับขายเรือนร่างของตน
หลินชิงเวยนับว่ากระจ่างแจ้งเสียที เหตุใดฆาตกรที่ถูกจองจำอยู่ในห้องขังจึงพูดว่าคนเหล่านี้ล้วนสมควรตาย ภาพลักษณ์ภายนอกนั้นงดงาม แต่ลับหลังกลับเป็นคนต่ำช้า
ใต้เท้าสวีถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “คุณชายหลิน ภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ท่าน ท่านอ่านหมดแล้วหรือ?”
หลินชิงเวยคืนรายงานให้เขา “หรือใต้เท้าคิดว่าข้าจำเป็นต้องเสียเวลามากกว่านี้หรือ?” ทางหนึ่งนางพูดเช่นนั้น อีกทางหนึ่งคิดในใจว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไมว่าบนร่างของสตรีที่เสียชีวิตเมื่อคืนนี้จะมีความลับที่บอกกับผู้อื่นไม่ได้?
ได้ยินหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนจะไปสถานที่เกิดเหตุของคดีฆาตกรรมเมื่อวานนี้เพื่อตรวจสอบสถานะของผู้ตายและเพื่อดูว่ามีเบาะแสอย่างอื่นหรือไม่ ใต้เท้าสวีเอ่ยขึ้นว่า “มือปราบหลิวได้นำคนไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ หากเซ่อเจิ้งอ๋องและคุณชายหลินต้องการไปที่นั่น กระหม่อมจะไปเตรียมม้าให้ท่านทั้งสอง”
หลินชิงเวย “ไม่ต้องแล้วพวกเราเดินไป” เตรียมม้าเพื่ออะไร? อย่างไรนางก็ขี่ม้าไม่เป็น คิดจะให้เซียวเยี่ยนและนางขี่ม้าตัวเดียวกัน? ยามนี้เป็นเวลากลางวันแสกๆ นะ ฝันไปเถอะ
แต่ระยะทางจากศาลาว่าการไปถึงสถานที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ค่อนข้างไกล เซียวเยี่ยนคำนึงถึงว่าอีกประเดี๋ยวดวงตะวันก็จะขึ้นแล้ว อากาศจะร้อนยิ่งกว่านี้ไม่แน่ว่านางจะทนรับไหวจึงพูดขึ้นว่า “ยังคงเตรียมม้าสองตัวเถิด เลือกม้าที่เชื่อฟังสักหน่อย”
เซ