ณจึงค่อนไปทางสีน้ำตาลเข้ม ดูแล้วเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบในการที่หลินชิงเวยจะอ่านสีหน้าและความรู้สึกของเขา หลินชิงเวยพูดขึ้นว่า “เจ้าเห็นข้าผิวพรรณละเอียดอ่อนเยาว์จึงดูถูกข้า หืม?”
มือปราบหลิวเบี่ยงหัวไหล่ไปทางด้านข้างเล็กน้อย และที่หัวไหล่ของเขาขยับไปด้านข้าง ด้านหลังก็คือเซียวเยี่ยน เขายักไหล่ขึ้นเบาๆ ครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้น้อยมิกล้า”
การกระทำเพียงเล็กน้อยนี้ไม่อาจหลุดรอดสายตาของหลินชิงเวยไปได้ หลินชิงเวยหัวเราะ “ปากเจ้าพูดว่ามิกล้า แต่สีหน้ากลับไม่ได้พูดเช่นนี้ เจ้าหันไปยักไหล่ให้เซ่อเจิ้งอ๋องครั้งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าเจ้าแค่เพียงเห็นแก่หน้าเขาจึงพูดกับข้าว่า มิกล้า”
ทันทีที่คำพูดนี้กล่าวออกไป มือปราบหลิวถึงกับตะลึงงัน
ใต้เท้าสวีรีบยืนออกมาพูดว่า “ขอเซ่อเจิ้งอ๋องอย่าได้ถือสา มือปราบหลิวเป็นคนไร้กฎเกณฑ์จนเคยชินเสียแล้ว เป็นเพราะกระหม่อมมิได้อบรมอย่างเข้มงวด กลับไปจะอบรมสั่งสอนให้ดีพ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวเยี่ยนพูดเรียบๆ ว่า “ไม่เป็นไร” พูดแล้วยกมือขึ้นชี้ไปทางหลินชิงเวย “นางเพิ่งจะเข้ามาทำงาน จึงไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่นอย่างเลี่ยงได้ยาก คดีนี้ต่อไปให้นางลงมาดูแลรับผิดชอบแทนเซียวฉี มีความคืบหน้าอันใดยังต้องรบกวนให้ใต้เท้าสวีพยายามให้ความร่วมมือด้วย”
กระทั่งเซ่อเจิ้งอ๋องยังพูดเช่นนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติตาม ใต้เท้าสวีรีบพูดว่า “กระหม่อมกระจ่างแจ