กตะลึง แม้แต่ใต้เท้าสวีและมือปราบอีกหลายคนที่อยู่ในที่นั้นล้วนตกตะลึงพรึงเพริด เซียวเยี่ยนประสานมือไว้ด้วยกันไม่ได้แสดงท่าทีอันใด สายตาที่เขามองหลินชิงเวยประเดี๋ยวนิ่งลึกประเดี๋ยวมองผ่านไป
บรรยากาศตึงเครียด ใต้เท้าสวีได้สติกลับมาก่อน จึงกระแอมกระไอสองครั้ง “คุณชายน้อยท่านนี้ มือปราบหลิวเป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ต้องขอร้องคุณชายน้อยอย่าได้คุ้ยแคะบาดแผลของผู้อื่น”
เขานับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว มิน่าเซ่อเจิ้งอ๋องจึงได้นำคุณชายน้อยท่าทางบอบบางเช่นนี้มาด้วย ที่แท้ไม่อาจมองข้ามเขาไปได้
หลินชิงเวยพูดยิ้มๆ “ข้าแซ่หลิน ต่อไปยังต้องรบกวนใต้เท้าสวีชี้แนะ” เรื่องเช่นการขุดคุ้ยบาดแผลของผู้อื่น นางชอบทำเป็นที่สุด นางหันกลับไปมองมือปราบหลิว และพูดอีกว่า “อ้อ ขออภัย ที่แท้คู่ชีวิตของท่านเสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว”
คนทั้งหมดเงียบงัน “…”
หน้าอกของมือปราบหลิวกระเพื่อมขึ้นลงสองครั้งจึงสามารถระงับสติอารมณ์ที่เดือดดาลราวกับเปลวไฟที่สุมอยู่ในอกลงได้ เขาสลัดคำพูดของหลินชิงเวยก่อนหน้านี้ แล้วกลับมาสนทนาในเรื่องสำคัญโดยการพูดถึงความเห็นของตนเอง “ผู้ตายตายอยู่ในเรือน แต่ในเรือนไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากกว่าฆาตกรต้องเป็นคนที่ผู้ตายรู้จัก เมื่อพวกเราลาดตระเวนมาถึงสถานที่เกิดเหตุได้พบกับสามีของผู้ตายอยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นพวกเราคิดว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากว่าสามีของผู้ตายจะเป็