กระทั่งเงาร่างของคนเดินเข้ามาใกล้ ซินหรูจึงจดจำเขาได้อย่างรวดเร็ว เสียงอ่อนหวานของนางเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพี่เสี่ยวฉี”
ผู้ที่มาคือเซียวฉีนั่นเอง องครักษ์คนสนิทของเซียวเยี่น เดิมทีท่าทางในยามปกติของเขามักจะท่าทางเข้มงวดเป็นนิจ มีเพียงหลินชิงเวยที่ไม่เห็นความเข้มงวดของเขานับเป็นเรื่องอันใด บัดนี้กระทั่งซินหรูก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
เพียงแต่ท่าทีที่เสี่ยวฉีมีต่อหลินชิงเวยและซินหรูตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงบัดนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เขาเห็นซินหรูกำลังนั่งอยู่หน้าประตูได้ยินนางส่งเสียงเรียกตนก็อดที่จะใจอ่อนยวบไม่ได้ เขาถามขึ้นว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ด้านในหรือไม่?”
ซินหรูพยักหน้าพูดว่า “อยู่ด้านในเจ้าค่ะ กำลังสนทนากับพี่สาว”
เสี่ยวฉีพยักหน้าแล้วเดินผ่านร่างของซินหรูเข้าไป ซินหรูเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วพูดอีกว่า “ท่านพี่เสี่ยวฉี หลายวันมานี้ไม่เห็นท่าน ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ? ดูแล้วผอมซูบไปเป็นกอง”
ฝีเท้าของเสี่ยวฉีพลันชะงัก เขาไม่ได้หยุดเพื่อพูดจาอะไรกับนาง เมื่อเดินขึ้นบันไดหยุดอยู่หน้าประตูตำหนักบรรทมและพูดขึ้นว่า “ผู้น้อยถวายคำนับเซ่อเจิ้งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียง”
เซียวเยี่ยนหันกลับมาเลิกคิ้วพูดว่า “เรื่องทางด้านจวนว่าการเสร็จสิ้นแล้ว?”
องครักษ์เงียบไปอึดใจหนึ่ง “ทูลเซ่อเจิ้งอ๋อง หามิได้พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเยี่ยนเพียงแค่มองเขาทว่าไม่พูดจา ความหมายก็คือรอให้เขาพูดต่อ
องครัก