เซียวเยี่ยนจึงได้แต่หาเชือกรัดผมมารัดผมแทน เมื่อเขาต้องการส่งนางกลับไป หลินชิงเวยกลับไม่ยอมกลับเสียแล้ว อีกสองชั่วยามฟ้าจะสว่าง อย่างไรหลังจากฟ้าสางนางก็ต้องมาตำหนักซวี่หยาง ไปๆ มา เสียเวลาไม่ว่าแต่ยังต้องเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นนางจึงคิดจะนอนเกียจคร้านอยู่บนเตียงของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนเห็นท่าทีเกียจคร้านของนางจึงไม่ใส่ใจนางอีก ตนเองหาเก้าอี้ยาวเพื่องีบหลับครู่หนึ่ง เมื่อหลินชิงเวยรู้สึกตัวตื่นขึ้นยามฟ้าสางเห็นกระโปรงของสตรีชุดหนึ่งแขวนอยู่บนฉากกันลม ไม่รู้เซียวเยี่ยนไปหยิบมาให้นางจากที่ใด
อีกทั้งหลินชิงเวยยังพบว่ามีเส้นทางลับเล็กสายหนึ่งจากตำหนักอวี้หลิงไปยังตำหนักซวี่หยางที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้…นี่ย่อมต้องเป็นเซียวเยี่ยนที่บอกกับนาง เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นก็ไม่เห็นเงาร่างของเซียวเยี่ยน เขาทิ้งจดหมายให้นางแผ่นหนึ่ง
นี่นับเป็นความลับระหว่างนางและเซียวเยี่ยนหรือไม่นะ?
ดวงตะวันขึ้นมาทางทิศบูรพา
ตำหนักซวี่หยางสงบเงียบอย่างยิ่ง
เซียวจิ่นยังคงอยู่ในภาวะหมดสติ ขาทั้งสองข้างของเขาถูกพันเอาไว้ราวกับเป็นเสาต้นใหญ่ ต้องนอนแบบอยู่บนเตียงเคลื่อนไหวไม่ได้ แม้สีหน้าจะขาวเผือดแต่ลมหายใจและชีพจรกลับมั่นคง นับว่าเริ่มฟื้นฟูร่างกายอย่างช้าๆ
หลินชิงเวยจัดอาหารเหลวผสมกับยาให้เขาแล้วให้นางกำนัลป้อนให้เซียวจิ่นตามเวลาและตามปริมาณที่นางกำหนด
ทันทีที่เซียวจิ่นนอนแบบอยู่บนเตียง ประชุมเช้าย่อมต้องหยุดพัก แต่ต่อใ