างจนกระทั่งยามบ่าย หลินชิงเวยไม่มีอะไรต้องทำจึงฟุบร่างสัปหงกอยุ่ข้างหน้าต่าง ด้วยซินหรูไม่ต้องการการชี้แนะจากนางอีกแล้ว เรื่องเช่นการดูแลคนนางทำได้ดีเยี่ยม ทั้งเช็ดตัวให้เซียวจิ่น ให้อาหารเหลวเขา ทุกอย่างล้วนทำได้อย่างไม่ตกหล่นทั้งยังมีความอดทนยิ่งยวด
เซียวเยี่ยนงานยุ่งล้นมือทุกวัน เขากำลังสะสางราชกิจที่สุมเป็นกองโต ด้วยไม่อาจพบเขาในตำหนักซวี่หยาง เขามีเวลาเพียงช่วงเวลาพลบค่ำที่จะมาเยี่ยมเซียวจิ่นเท่านั้น
เมื่อเขามาในวันนี้ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในตำหนักบรรทมก็เห็นซินหรูนั่งอยู่ริมเตียง กำลังป้อนยาให้เซียวจิ่นอย่างระมัดระวัง เซียวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ซินหรูราวกับรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายและอำนาจของเขาจึงตกตื่นตระหนก เมื่อหันกลับมาเห็นเขาจึงรีบลุกขึ้นด้วยท่าทีระแวดระวัง
หลินชิงเวยถอนสายตากลับมาจากด้านนอกหน้าต่างแล้วมองเซียวเยี่ยน นางพูดกับซินหรูว่า “ซินหรู กลัวอะไรเล่า เซ่อเจิ้งอ๋องไม่กินเจ้าหรอกน่า เจ้าป้อนยาให้ฝ่าบาทต่อไปเถิด”
“อ้อ” ซินหรูรับคำแล้วหันกลับไปทำเรื่องในมือต่อ
เซียวเยี่ยนอดที่จะหันไปมองหลินชิงเวยไม่ได้ หลินชิงเวยมิใช่มองไม่เห็นความหมายในสายตาของเขา ในเมื่อก่อนหน้านี้ซินหรูต้องพิษหนอนกู่จึงมีเจตนาที่จะสังหารเซียวจิ่น
กระทั่งซินหรูป้อนยาเสร็จสิ้นนางจึงถอยออกไปเอง หลินชิงเวยพูดกับเซียวเยี่ยน “นางเป็นเด็กถือล่วมยาของข้า ท่านไม่เชื่อใจนางก็คือไม่เชื่อใจข้า เสด็จอาเข้าอกเข้