าใจผู้อื่นสักหน่อยเถิด” เขาและซินหรูต่างต้องพิษหนอนกู่เช่นเดียวกัน บัดนี้มิใช่ล้วนหายดีแล้วหรือไร
เซียวเยี่ยนเพียงแต่ระแวดระวังและป้องกันในนาทีนั้น แต่เมื่อครุ่นคิดละเอียดแล้วจึงไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นอีกต่อไป เขาย่อมต้องเชื่อในตัวของหลินชิงเวย และเชื่อในตัวของซินหรู เซียวเยี่ยนรู้ว่าซินหรูเป็นคนทำงานละเอียดถี่ถ้วน มีนางดูแลเซียวจิ่นก็ถือเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง
เซียวเยี่ยน “เปิ่นหวางไม่ได้ไม่เชื่อใจนาง”
“ท่านไม่เชื่อใจ ข้าเห็นแล้ว ท่านยังจะมาแก้ตัว”
“ก็แค่เพียงนาทีที่เพิ่งก้าวเข้ามา ยามนี้ไม่มี”
“นั่นกึคือไม่เชื่อใจ”
เซียวเยี่ยนมองหลินชิงเวยอย่างจนปัญญา จึงไม่ถกเถียงกับนางอีกต่อไป ยิ่งทุ่มเถียงกับนางทำให้นางยิ่งมีโทสะ เขาจึงพูดขึ้นว่า “ช่างเถิด สุดแต่เจ้าจะคิด”
ผ่านไปครู่หนึ่งหลินชิงเวยจึงพูดขึ้นว่า “แม้ร่างกายของซินหรูจะดีขึ้นแล้ว แต่ความจำไม่ดีเหมือนก่อน บางเรื่องก็ได้ลืมเลือนไปแล้ว เรื่องเกี่ยวกับหนอนกู่ อย่าพูดขึ้นมาต่อหน้านางได้จะเป็นการดีที่สุด”
เมื่อหลินชิงเวยพูดกับเซียวเยี่ยนเช่นนี้ ซินหรูกำลังย่อกายลงนั่งบนขั้นบันไดหินหน้าประตูตำหนักบรรทม แม้นางจะได้ยินเสียงสนทนา แต่กลับได้ยินไม่ชัดเจนว่าสนทนาเรื่องอันใด แน่นอนว่านางไม่มีความอยากรู้อยากเห็นที่จะไปฟังให้ชัดเจน นางเพียงแต่รู้ว่าพี่สาวกำลังสนทนากับเซ่อเจิ้งอ๋อง เรื่องที่นางควรรู้พี่สาวย่อมบางนางเอง เรื่องที่นางไม่ควรรู้ยังคงไ