สงบก็คือเซียวจิ่นที่นอนอยู่บนเตียง
ยามนี้ขาทั้งคู่ของเขาล้วนถูกจัดกระดูกเสร็จสิ้นแล้ว และถูกตรึงเอาไว้ด้วยไม้กระดานอย่างแน่นหนา นางกำนัลยกอ่างน้ำร้อนเข้ามาเช็ดตัวและซับเหงื่อให้เขา หมอหลวงหลายคนเข้ามาด้านในตรวจดูชีพจรทั่วไปของเซียวจิ่น เซียวเยี่ยนยืนอยู่ข้างๆ มองหลินชิงเวยเดินออกประตูไปอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง นางนั่งลงบนขั้นบันไดนอกประตูให้ลมพัดผัดร่างของตน
ในสมองของนางยังคงตกอยู่ในสภาวะว่างเปล่า ยังไม่ได้กลับออกมาจากการรักษาขั้นสูง
“ไทเฮาเสด็จ–”
พระพายยามค่ำคืนสายหนึ่งพัดผ่านกลิ่นหอมคุ้นเคยที่ทำให้คนไม่ชอบใจนักผ่านมา ตั้งแต่ตำหนักหน้าพัดผ่านมาถึงภายในตำหนักบรรทม ผ่านเข้ามาในโพรงจมูกของหลินชิงเวย
ต้นไม้ภายในลานเรือนเคลื่อนไหวเบาๆ ใบไม้สั่นไหว นอกจากอากาศในยามกลางวันที่ร้อนระอุแล้ว ปนเปมาด้วยสายลมเย็นหลายส่วน เหงื่อบนร่างกายของหลินชิงเวยถูกพัดจนแห้ง อาภรณ์บนร่างกลับมีร่องรอยของความชื้นหลงเหลืออยู่บ้างทำให้นางรู้สึกหนาวเยือกหลายส่วนจึงอดที่จะยกมือขึ้นลูบหน้าผากทั้งเย็นทั้งหนักของตน
นางหรี่ตาลงเห็นไทเฮาและคนของนาง ไทเฮาแต่งกายและประทินโฉมงดงามปรากฏกายขึ้นในตำหนักซวี่หยาง เมื่ออยู่ต่อหน้านางยังคงมีท่าทีหยิ่งผยองดังเดิม หลินชิงเวยนั่งอยู่บนบันไดหินไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ไทเฮาเห็นนางเป็นเช่นศัตรูข้ามภพ นางไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจหญิงชราผู้นี้เช่นกัน
เมื่ออยู่ในตำหนักซวี่หยางนางไม่เชื่อ