ล้วนทำไม่ได้เพคะ”
เซียวจิ่นมองเซียวเยี่ยนแล้วยิ้มอ่อนโยน “ชิงเวย เจ้าวางใจเถิดในเมื่อตัดสินใจที่จะเริ่มทำแล้ว เรื่องราชกิจต่างๆ เจิ้นได้มอบหมายให้เสด็จอาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ความขุ่นมัวในแววตาที่ปรากฏขึ้นจางๆ ถูกรอยยิ้มอันอบอุ่นอ่อนโยนและเจิดจ้านั้นปิดบังอำพราง หลินชิงเวยคิดจะจับสังเกตเพื่อแยกแยะให้ชัดเจนทว่ามันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลินชิงเวย “เช่นนั้นก็ดีเพคะ เสด็จอา ท่านประคองฝ่าบาทให้นั่งลงริมเตียงให้ขาทั้งคู่ของฝ่าบาทห้อยลงมาด้านนอกของเตียง”
ขันทีช่วยกันเคลื่อนย้ายไหสมุนไพรมาวางลงริมเตียงของเซียวจิ่น หลินชิงเวยย่อกายลงไปเปิดฝา กลิ่นสมุนไพรฉุนนั้นกำจายออกมาจากปากขวดทั้งเข้มข้นและขมฝาด ช่างทำให้คนรู้สึกไม่ใคร่อยากเดินหน้าต่อไป
เซียวจิ่นถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ชิงเวย ข้างในนี้คืออะไร?”
หลินชิงเวย “ฝ่าบาททรงอยากรู้มากหรือเพคะ? หม่อมฉันคิดว่าให้พระองค์ทอดพระเนตรก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของจิตใจก็เป็นเรื่องไม่เลวเลยทีเดียวเพคะ” ดังนั้นนางเรียกหาที่คีบไม้อันยาวอันหนึ่ง นางใช้ที่คีบนั้นลงไปกวนในไหสมุนไพร นางตักสิ่งของสิ่งหนึ่งขึ้นมา สีหน้าสายตาจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แหะ ตักได้แล้วเพคะ”
เมื่อนางตักออกมาดูกลับมีสีหน้าผิดหวังอย่างอดไม่ได้ เห็นเพียงโสมลักษณะคล้ายคนอายุเก่าแก่ต้นหนึ่งอยู่ระหว่างที่คีบไม้
เซียวจิ่นเห็นแล้วตื่นตะลึง ขณะเดียวกันก็ลอบโล่งใจพูดขึ้นว่า ที่แท้เป็นน้ำ