าตรู่ล้วนเป็นสิ่งที่น่าเอ็นดูไปเสียสิ้น
หลินชิงเวยนั่งลงริมเตียงของซินหรูแล้วจับชีพจรของนาง พร้อมกับลูบศีรษะของนาง “สภาพทั่วไปของร่างกายไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เส้นประสาท สมอง และอวัยวะภายในอาจะได้รับความเสียหายเล็กน้อย ทว่าไม่ต้องกังวลค่อยๆ บำรุงกลับไปเป็นพอ ตื่นขึ้นมาแล้วก็ดีแล้ว” นางโอบซินหรูเข้ามาในอ้อมกอดของตนและลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน
“พี่สาว ท่านกำลังจะไปรักษาขาให้ฝ่าบาทหรือเจ้าคะ? พวกเขาลากรถเข็นมาแล้วหรือไม่?” ซินหรูถาม
หลินชิงเวยตะลึงงัน “ลากมาแล้ว ยาสมุนไพรที่หมักดองได้ที่นั้นถูกมัดขึ้นไปบนรถเข็นแล้ว เจ้าเพิ่งจะตื่นขึ้นมาร่างกายยังอ่อนแอมาก ต้องพักผ่อนอยู่ในห้อง รอพี่สาวเสร็จงานค่อยกลับมาเยี่ยมเจ้าดีหรือไม่?”
ซินหรูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
หลินชิงเวยออกจากห้องของซินหรู ขันทีสี่คนกำลังรอนางอยู่ เมื่อเห็นนางออกมาแล้วจึงพร้อมใจกันลากรถเข็นไปยังตำหนักซวี่หยาง
ซินหรูเพิ่งจะตื่นขึ้นมา นางไม่มีทางรู้ได้ว่าวันนี้ตนจะไปรักษาขาให้เซียวจิ่น หลินชิงเวยเพิ่งจะสั่งการให้ขันทีไปลากรถเข็นมาที่ห้องโอสถแล้วจึงมาเยี่ยมนาง ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่นางจะรู้ว่าตนกำลังจะใช้รถเข็นในวันนี้
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว…ก็คือความทรงจำของซินหรูถอยกลับไปหยุดอยู่ในวันที่จ้าวเฟยเสียชีวิต วันนั้นนางและซินหรูกำลังทำเรื่องอย่างเดียวกัน นั่นหมายความว่า ซินหรูได้ลืมเลือนเรื่องราวน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นในว