หลินชิงเวยเพิ่งจะลูบจมูกของตนแล้วเดินออกมาจากศาลา สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกผู้อื่นรบกวน นางมองหลินเสวี่ยหรงด้วยสีหน้าเย็นชา
หลินเสวี่ยหรงคิดจะยืนขึ้นมากระโจนใส่นาง “หลินชิงเวย เจ้าถึงกับกล้าผลักข้าลงไปในบ่อน้ำ! ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าเอาไว้แน่ ท่านอ๋องย่อมไม่มีวันปล่อยเจ้าเอาไว้เช่นกัน!”
หลินชิงเวยแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เขียนบทละครเองกำกับเอง เจ้ารู้สึกละอายหรือไม่? ข้าไม่รังเกียจหากท่านอ๋องของพวกเจ้าจะออกมาคืนความยุติธรรมให้เจ้าด้วยตนเอง แต่คิดดูแล้วเขาน่าจะรู้สึกอับอายขายหน้ามากกว่า”
หลินเสวี่ยหรงยังคิดจะพูดสิ่งใดอีก พ่อบ้านผู้ทำงานอยู่ในจวนเป็นเวลาหลายปีกลับรู้ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา เขารีบให้สาวใช้ประคองหลินเสวี่ยหรงอกไปแล้วหันมาพูดกับหลินชิงเวยว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียง พ่อครัวของหอซีหวาเดินทางมาถึงแล้วขอรับ ท่านอ๋องให้บ่าวมาเชิญเหนียงเหนียงขอรับ”
ในเมื่อเชิญพ่อครัวมาย่อมต้องมาเพื่อแสดงฝีมือในการปรุงอาหาร เซียวอี้และหลินชิงเวยไม่อาจเข้าไปในห้องครัวเพื่อดูเขาปรุงอาหาร จึงย้ายห้องครัวมาอยู่ในลานเรือนใหญ่
เมื่อหลินชิงเวยไปถึงเซียวอี้อยู่ที่นั่นแล้ว เขานั่งเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ[1]ใต้ร่มเงาของต้นไม้ ด้านข้างยังมีผลไม้สดใหม่วางอยู่ ข้างกายยังมีสาวใช้หน้าตางดงามถือพัดนกยูงพัดโบกให้เขา ช่างรู้จักเสวยสุขอย่างแท้จริง
เซียวอี้เห็นหลินชิงเวยจึงหันมากวักมือให้นางและตบมือลงบ