นเก้าอี้ที่ว่างข้างกายซึ่งได้เตรียมไว้ให้นาง
หลินชิงเวยเดินเข้ามานั่งลงสาวใช้สองนางเข้ามาพัดวีให้นางทันที
หลินชิงเวยหรี่ตาพูดว่า “ท่านอ๋องช่างเป็นคนที่รักการใช้ชีวิตยิ่งนัก เมื่อเช้ายังนอนเป็นคนป่วยอยู่บนเตียงยามนี้ออกมาเที่ยวเล่นเสียแล้วไม่กลัวว่าบาดแผลจะกำเริบหรือไร?”
เซียวอี้กล่าวกลั้วหัวเราะอย่างเกียจคร้าน “กลัวอะไรเล่า มีเวยเวยอยู่ทั้งคน อีกทั้งตอนนี้ตัวไม่ร้อนแล้ว ข้าก็แค่นั่งชื่นชมอยู่ที่นี่เท่านั้น”
คนทั้งสองนั่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ ดูข้ารับใช้ประกอบเตาไฟกลางลานเรือน ยังมีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารนานาชนิด พ่อครัวคนหนึ่งเดินนำผู้ช่วยหลายคนก้าวเข้ามาไม่ช้าไม่เร็ว พวกเขาเข้ามาถวายคารวะตามธรรมเนียมเป็นลำดับแรก
เซียวอี้ชี้ไปที่หลินชิงเวยและพูดขึ้นว่า “วันนี้ นางอยากกินอะไรพวกเจ้าก็ปรุงสิ่งนั้น แสดงฝีมือของพวกเจ้าให้เต็มที่ ให้นางกินแล้วพึงพอใจที่สุด”
พ่อครัวผู้นั้นหันมาถามว่าหลินชิงเวยอยากกินอะไร หลินชิงเวยตอบว่า “ทำอาหารขึ้นชื่อของพวกท่านมาอย่างหนึ่งเถิด”
ยามพลบค่ำ ดวงตะวันลับเหลี่ยมเขาทำให้ขอบฟ้ากลายเป็นสีแดงเพลิง ภายในลานเรือนก็คึกคักน่าดูชมเช่นกัน หลินชิงเวยเห็นคนของพ่อครัวที่รับผิดชอบหน้าที่หั่นผักก็หั่นผักไป ที่เตรียมเครื่องปรุงก็เตรียมเครื่องปรุงไป ความสามารถในการใช้มีดนั้นเชี่ยวชาญไม่สามัญ กระทั่งมีคนหนุ่มคนหนึ่งมือหนึ่งถือมีดอีกมือหนึ่งถือมันฝรั่ง เพียงเห็นเขาหั่นมันฝรั