่งในมือดังสวบๆๆ แล้วหั่นตามแนวนอนและตามแนวตั้งก็กลายเป็นมันฝรั่งเส้น แค่ดูก็ทำให้ตาพร่าทว่ากลับได้เปิดหูเปิดตา
เบื้องหน้าพ่อครัวผู้นั้นคือหม้อใบใหญ่ใบหนึ่ง จวักยาวๆ คันหนึ่งตักน้ำมันลงไปในหม้อก่อให้เกิดควันสายหนึ่ง พริกจานหนึ่งถูกเทลงไปในหม้อแล้วผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
เซียวอี้ถูกควันพริกทำให้สำลักจนไอโขลกไม่หยุด หันหน้าไปมองหลินชิงเวยกลับเห็นเพียงสายตาละโมบของนาง จึงกล่าวอย่างอดยิ้มไม่ได้ว่า “ในเมืองหลวงมีของหวานและอาหารรสชาติอ่อนมากมาย ชวนจงเป็นเมืองแห่งความเผ็ดร้อน เป็นความแตกต่างของรสชาติ”
เมื่อท้องฟ้าใกล้มืดสนิท อาหารตำรับเมืองเสฉวนก็ถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะ เซียวอี้มีบาดแผลอยู่มิอาจกินเผ็ดได้ จึงได้แต่กินอาหารรสอ่อนอยู่ข้างๆ แต่หลินชิงเวยนั้นทนไม่ไหวแล้ว นางดูพ่อครัวทำกับข้าวเกิดอาการอยากอาหารแล้ว ยามนี้นางหยิบตะเกียบขึ้นมากินปลาต้มพริกหมาล่าเป็นอันดับแรก
ก้างปลาได้ถูกเลาะออกจนสะอาดแล้ว เมื่อเข้าปากจึงแทบจะละลายทันที รสชาตินั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมในปากส่งผลให้หวนรำลึกถึงรสชาติไม่ขาด
หลินชิงเวยกินผัดพริกปูอีกหนึ่งจาน ใช้ตะเกียบกินไม่สะดวกนางจึงใช้มือจับปูตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ฉีกขาปูออกแล้วส่งเข้าปากดูดดังจ๊วบๆ แล้วดูดนิ้วทีละนิ้ว กินไปพร้อมกับถามไปด้วยว่า “หอซีหวาของชวนจง อยู่ที่ไหน?”
เซียวอี้กล่าวกลั้วหัวเราะ “ย่อมต้องเป็นหอสุรามีชื่ออันดับหนึ่งของชวนจง ดังนั้นอาห